posttoday
รัฐบาลรวบอนุมัติงบลงทุนปี54

รัฐบาลรวบอนุมัติงบลงทุนปี54

03 กุมภาพันธ์ 2553

ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบให้ทุกโครงการลงทุนปี 2554 ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ

ครม.เศรษฐกิจเห็นชอบให้ทุกโครงการลงทุนปี 2554 ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ

นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง กล่าวว่า การประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เศรษฐกิจ ประเมินภาวะเศรษฐกิจและแนวโน้มการจัดเก็บรายได้ของรัฐบาล เพื่อจัดทำงบประมาณรายจ่ายปี 2554 โดยภาพรวมเศรษฐกิจและการจัดเก็บรายได้มีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้การกู้เงินเพื่อชดเชยขาดดุลน้อยลง รวมถึงยอดหนี้สาธารณะก็จะต่ำกว่าเป้าหมายที่เคยประมาณการไว้

รมว.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุมได้มีการตกลงเรื่องงบประมาณลงทุนปี 2554 จะต้องเป็นโครงการที่มีการกำหนดร่วมกันในเชิงยุทธศาสตร์ แตกต่างจากอดีต ที่เป็นโครงการของหน่วยราชการในกระทรวงต่างๆเสนอขึ้นมา ในปีงบประมาณ 2554 รัฐบาลจะต้องใช้เม็ดเงินให้คุ้มค่าในการดำเนินการตามยุทธศาสตร์ของประเทศให้มากที่สุด ซึ่งจะต้องมีการตกลงร่วมกันว่า รัฐบาลจะเน้นลงทุนด้านใด เพื่อจัดสรรเม็ดเงินลงทุน เช่น การลงทุนในระบบขนส่ง ก็จะต้องมีการตกลงกันในระดับนโยบายก่อนว่าต้องการให้ออกมาในรูปแบบใด และก็จัดสรรเม็ดเงินงบประมาณให้กับโครงการที่สอดคล้องกับยุทธศาสตร์

นอกจากนี้ ที่ประชุม ก็ยังมีความเห็นร่วมกันว่า ผลจากการเก็บรายได้ที่ดีขึ้น ก็จะให้โครงการลงทุนต่างๆตามยุทธศาสตร์ใช้เม็ดเงินในงบประมาณให้มากที่สุด เพื่อลดการใช้เงินนอกงบประมาณ สอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในเรื่องการออกพระราชกำหนดและพระราชบัญญัติ กู้เงิน 8 แสนล้านบาท จะใช้ในกรณีที่จำเป็น หากมีการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้น การเก็บรายได้เกินเป้าก็จะนำโครงการต่างๆมาใช้เงินงบประมาณ

นายกรณ์ กล่าวว่า การพิจารณาโครงการลงทุนตามยุทธศาสตร์จะไม่สร้างความขัดแย้งทางการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล จะเห็นได้ว่าการเสนอโครงการลงทุนไทยเข้มแข็ง 1.43 ล้านล้านบาท ที่ผ่านมาก็เป็นโครงการที่มีการกำหนดยุทธศาสตร์ร่วมกันของรัฐบาล กับหน่วยราชการต่างๆ ในแต่ละกระทรวงและผ่านการพิจารณาของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ก็เป็นไปด้วยดี ไม่ได้มีความขัดแย้ง ซึ่งการพิจารณางบลงทุนปี 2554 ก็เป็นไปในลักษณะเดียวกัน และมีหลายโครงการในไทยเข้มแข็งที่ใช้เงินในงบประมาณ 2554

ทั้งนี้ รายได้ปี 2553 ที่คาดว่าจะเก็บได้ 1.35 ล้านล้านบาท แต่จากการประเมินล่าสุดของกระทรวงการคลัง จะจัดเก็บได้ 1.52 ล้านล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าความจำเป็นในการกู้ยืมเพื่อมาชดเชยการขาดดุลปี 2553 น้อยลงไป 1 แสนกว่าล้านบาท หรือคิดเป็น 2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ซึ่งหากแนวโน้มเป็นเช่นนี้ต่อไปความจำเป็นในการกู้จากเงินนอกงบประมาณก็จะน้อยลงไปด้วย

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน