
เอสซีจีลุยลงทุนรับวัสดุปีนี้โต
เอสซีจี ระบุดีมานด์ไฟเบอร์ซีเมนต์พุ่ง ทุ่มงบอีก 3,000 ล้าน ลุยตลาดไวนิล ผุดโรงงานแห่งที่ 5
เอสซีจี ระบุดีมานด์ไฟเบอร์ซีเมนต์พุ่ง ทุ่มงบอีก 3,000 ล้าน ลุยตลาดไวนิล ผุดโรงงานแห่งที่ 5
นายพันเทพ สุภาไชยกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท กระเบื้องกระดาษไทย เครือธุรกิจเอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ผู้ผลิตหลังคา บอร์ด และไม้สังเคราะห์ ไฟเบอร์ซีเมนต์ เปิดเผยว่า คณะกรรมการบริษัทได้อนุมัติงบ 3,000 ล้านบาท เพื่อสร้างโรงงานผลิตเฉพาะบอร์ดและไม้สังเคราะห์ไฟเบอร์ซีเมนต์ โรงงาน 5 ที่ อ.หนองแค จ.สระบุรี คาดจะเริ่มผลิตต้นปี 2556 ทำให้บริษัทมีกำลังการผลิตสินค้าบอร์ดและไม้สังเคราะห์เพิ่มขึ้นเป็น 90 ล้าน ตร.ม.ต่อปี
ทั้งนี้ เพราะบริษัทเห็นความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์เพิ่มต่อเนื่อง โดยปีที่ผ่านมาตลาดรวมผลิตภัณฑ์ไฟเบอร์ซีเมนต์ ทั้งกระเบื้องมุงหลังคา บอร์ด และไม้สังเคราะห์ 2 หมื่นล้านบาท ปริมาณกว่า 200 ล้าน ตร.ม. ซึ่งบริษัทมีส่วนแบ่งตลาดอยู่ 40% เติบโตโดยยอดขายบริษัท 7,800 ล้านบาท เพิ่ม 12% คาดปีนี้โตใกล้เคียงปีก่อน หรือกว่า 9,000 ล้านบาท
ปัจจุบันบริษัทมียอดขายในประเทศสัดส่วน 94% ส่งออก 6% ในแถบอาเซียน 9 ประเทศ ซึ่งยอดขายต่างประเทศปีก่อนโต 30% คาดจะรักษาอัตราการเติบโตส่งออกได้ไม่ต่ำกว่าปีก่อน โดยใช้งบทำตลาดกว่า 200 ล้านบาท เพื่อกระตุ้น ทั้งรูปแบบอะโบฟเดอะไลน์ และบิโลว์เดอะไลน์
นายพันเทพ กล่าวว่า ผลจากราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นนั้นกระทบค่าขนสินค้า รวมไปถึงต้นทุนในการผลิตสินค้า แต่ขณะนี้พยายามตรึงราคาขายไว้ เนื่องจากการจะปรับราคาขึ้นนั้นจะต้องพิจารณาจากความต้องการใช้สินค้าในตลาดเป็นหลัก แม้ว่าเมื่อ 3 ปีก่อน จะเลิกใช้ใยหินในกระบวนการผลิตทั้งหมด และหันมาใช้เซลลูโลส และเส้นใยเซนเทติก ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่า 20% ก็ตาม
ด้านนายปรเมศวร์ นิสากรเสน กรรมการผู้จัดการ บริษัท นวพลาสติกอุตสาหกรรม ในเครือบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ก่อสร้างและตกแต่งไวนิล แบรนด์วินเซอร์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทได้ขยายกำลังการผลิตกลุ่มไวนิลและลงทุนโรงงานผลิตวัสดุกลุ่ม Advance Material โดยใช้งบ 500 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นสินค้าใหม่ที่มีการผสมผสานระหว่างไวนิลและวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อเข้ามาเจาะตลาดวัสดุตกแต่งภายนอก อาทิ ระแนง บังใบ พื้นไม้ทดแทน ฯลฯ ซึ่งทนทานต่อสภาพแวดล้อม โดยตั้งเป้า 5 ปี จะมีกำลังการผลิตในกลุ่ม Advance Material รวม 1 หมื่นตันต่อปี หลังจากช่วงก่อนหน้านี้บริษัทได้มีการทดสอบตลาดแล้วระยะหนึ่งซึ่งพบว่ามีการขยายตัวในทิศทางที่ดี ขณะตลาดรวมสินค้าตกแต่งไวนิลปีนี้คาดโต 40% บริษัทตั้งเป้ายอดขายเพิ่มจาก 1,200 ล้านบาท เป็น 1,400 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม ในปีนี้บริษัทประมาณการว่าตลาดรวมสินค้าตกแต่งไวนิลจะมีอัตราการขยายตัวสูงถึง40% และตั้งเป้าว่าจะมีอัตราการเติบโตของยอดขายในกลุ่มสินค้าไวนิล 20% หรือมียอดขายรวม1,400ล้านบาท โดยบริษัทได้วางแผนการขยายตลาดระยะยาว5 ปี โดยการเพิ่มกำลังการผลิตและเพิ่มช่องทางการขาย รวมถึงการสร้างการรับรู้และการพัฒนาสินค้าใหม่ๆ ออกมารองรับความต้องการของลูกค้าในตลาดที่มีความหลากหลายในปัจจุบัน โดยตั้งเป้าว่าในระยะ5ปีจากนี้บริษัทจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 4,000-5,000 ล้านบาท ในขณะเดียวกันการทำตลาดและเพิ่มช่องทางการขาย รวมถึงการจัดกิจกรรมสร้างการให้ความรู้ และสร้างการรับรู้ของตัวผลิตภัณฑ์สินค้าตกแต่งบ้านไวนิล ในกลุ่มผู้บริโภคของบริษัทจะเป็นตัวผลักดันให้สินค้ากลุ่มไวนิลสามารถเติบโตและเข้าไปครองส่วนแบ่ง ตลาดรวมวัสดุตกแต่งบ้านเพิ้มขึ้น โดยคาดว่าในช่วง5ปีกลุ่มสินค้าไวนิลจะมีส่วนแบ่ง กลุ่มวัสดุตกแต่งจากตลาดรวม มูลค่ากว่า 2.5 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นเป็น30-40% จากเดิมที่แชร์อยู่10%
ปัจจุบันบริษัทฟมียอดขาย รวม1,200ล้านบาทหรือมีแชร์ในตลาดผลิตภัณฑ์ไวนิลประเภทประตูและหน้าต่างจากตลาด ซึ่งมีมูลค่ารวมกว่า2,000ล้านบาทกว่า80% โดยรายได้ของบริษัทมาจากการขายสินค้าเข้าโครงการจัดสรร 40% ส่วนที่เหลือ60% เป็นการขายปลีกให้แก่ลูกค้ากลุ่มบริษัทก่อสร้างและโครงการภาครัฐ รวมถึงการขายตรงในกลุ่มผู้บริโภค







