
เศรษฐกิจไทยถึงทางตัน ต้องเปลี่ยนจากขายมาผลิตให้อยู่รอด
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจที่มีผลมาจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจที่มีผลมาจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ
โดย...ดำรงศักดิ์ มาลา
ท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจที่มีผลมาจากปัจจัยในประเทศและต่างประเทศ ทำให้กูรูเศรษฐกิจ อย่าง ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล อดีตรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง อีกทั้งยังเป็นอดีตผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย ได้กล่าวในวงสัมมนาที่จัดโดยนิตยสาร ยูโรมันนี่ ซึ่งเป็นสื่อยักษ์ใหญ่ด้านเศรษฐกิจการเงินของยุโรปว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ได้เริ่มมาถึงทางตันในการเติบโตแล้วจากข้อจำกัดการขยายตัวนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เสนอทางออกว่า ควรมีการเปลี่ยนประเทศจากการเป็นประเทศผู้ผลิตมาเป็นประเทศค้าขาย ซึ่งขณะนี้มีโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศพม่าที่จะเป็นประตูการค้าขายในตะวันตกของไทย ซึ่งรัฐบาลควรสนับสนุนด้ายการเร่งสร้างระบบขนส่งและสนับสนุนนักลงุทนเข้าไปลงทุน
“เศรษฐกิจหลังจากการเลือกตั้งเป็นอย่างไง ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ผู้นำรัฐบาล ถ้าผู้นำมีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ เหมือนสมัยจอมพลสฤษดิ์ ที่กล้าเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ทำให้เศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่องมา 20 ปี เศรษฐกิจก็น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น” ม.ร.ว.ปรีดิยาธร กล่าว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ได้เริ่มมาถึงตันในการเติบโตแล้วจากข้อจำกัดการขยายตัวนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ดังนั้นควรมีการเปลี่ยนประเทศจากการเป็นประเทศผู้ผลิตมาเป็นประเทศค้าขาย ซึ่งขณะนี้มีโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศพม่าที่จะเป็นประตูการค้าขายในตะวันตกของไทย ซึ่งรัฐบาลควรสนับสนุนด้ายการเร่งสร้างระบบขนส่งและสนับสนนักลงุทนเข้าไปลงทุน
"โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเป็นการเปิดประตูการขนส่งสำคัญด้านตะวันตกของไทยทำให้การขนส่งไม่อ้อมไปถึงสิงคโปร์ ซึ่งจะต้องใช้เวลา หลาย10 วัน ซึ่งได้ต้องเร่งฉวยโอกาสนี้ให้ได้" ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว
นายโสภณ อัศวานุชิต ผู้ช่วยผู้จัดการสายงานธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องเร่งเข้าไปสนับสนุนโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในพม่าด้วยการสร้างโครงพื้นฐาน เช่น ถนน และมีการสนับสนุนด้านกฎหมายสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนเนื่องจากโครงการนี้ใหญ่มีมูลค่า 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ
ใน 5 ปีข้างหน้า ส่วนปีนี้จะมีเม็ดเงินลงทุนด้านพื้นฐานรวม 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้โอกาสที่พม่าจะถูกยกเลิกการคว่ำบาตรก็มีสูงมากจึงควรมีการสนับสนุนโครงการนี้เพื่อประโยชน์ในระยะยาวที่จะมีการรวมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2015 หรือปี 2558
“ถ้ามัวห่วงประเด็นการถูกคว่ำบาตรของพม่าเราจะเสียโอกาสนี้ไป โดยจีนและเกาหลีจะเข้ามาลงทุนแทนทันที” นายโสภณ กล่าว
ปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชย์ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาหลักทางการเงินของบริษัท อิตาเลียนไทย ซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการท่าน้ำลึกทวายดังกล่าว
สำหรับการเมืองหลังการเลือกตั้งนั้น อดีตรองนายกรัฐมนตรีมองว่า รัฐบาลชุดใหม่หลังจากเลือกตั้งเดือน มิ.ย.นี้ น่าจะออกมาในรูปแบบรัฐบาลผสม 5 พรรคการเมือง ได้แก่ พรรคประชาธิปัตย์ พรรคเพื่อไทย พรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคการเมืองใหม่ ทั้งนี้ มีโมเดล 4 แบบ
รูปแบบแรก ถ้าพรรคเพื่อไทยจับขั้วกับพรรคประชาธิปัตย์ได้ ความขัดแย้งในประเทศน่าจะลด แต่นโยบายเศรษฐกิจยังคงเหมือนเดิม
สำหรับรูปแบบที่ 2 เป็นการจับขั้วกันระหว่างพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคภูมิใจไทย พรรคชาติไทยพัฒนา และพรรคการเมืองใหม่ ความขัดแย้งยังคงมีอยู่ในสังคม โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ส่วนเศรษฐกิจยังคงอยู่กับที่
รูปแบบที่ 3 เป็นการจับขั้วระหว่างพรรคเพื่อไทย พรรคการเมืองใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา ทิศทางเศรษฐกิจจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับพรรคการเมืองใหม่ และพรรคเพื่อไทยจะสามารถหาผู้นำที่เป็นที่ยอมรับหรือไม่
ส่วนรูปแบบสุดท้ายจับขั้วการเมืองพรรคประชาธิปัตย์ กับพรรคการเมืองใหม่ พรรคชาติไทยพัฒนา โดยที่มีพรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนนำเศรษฐกิจจะดีขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากยังคงมีปัญหาความขัดแย้งอยู่ แต่ถ้าพรรคการเมืองใหม่เป็นแกนนำการจัดตั้งรัฐบาลใหม่เศรษฐกิจจะดีขึ้น ขึ้นอยู่กับว่าพรรคการเมืองใหม่จะหาผู้นำที่เป็นที่ยอมรับได้หรือไม่
จากมุมมองของกูรูเศรษฐกิจ ทำให้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าเศรษฐกิจไทยจะรุ่งโรจน์ หรือรุ่งริ่ง อยู่ที่รัฐบาล โดยเฉพาะตัวนายกรัฐมนตรีต้องมีวิสัยทัศน์และกล้าตัดสินใจ m"เศรษฐกิจหลังจากการเลือกตั้งเป็นอย่างไง ปัจจัยสำคัญอยู่ที่ผู้นำรัฐบาล ถ้าผู้นำมีวิสัยทัศน์ กล้าตัดสินใจ เหมือนสมัยจอมพลสฤษดิ์ ที่กลาเปิดให้ต่างชาติเข้ามาลงทุน ทำให้เศรษฐกิจไทยโตต่อเนื่องมา 20 ปี เศรษฐกิจก็น่าจะมีแนวโน้มดีขึ้น " ม.ร.ว. ปรีดิยาธรกล่าว
ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในขณะนี้ได้เริ่มมาถึงตันในการเติบโตแล้วจากข้อจำกัดการขยายตัวนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออก ดังนั้นควรมีการเปลี่ยนประเทศจากการเป็นประเทศผู้ผลิตมาเป็นประเทศค้าขาย ซึ่งขณะนี้มีโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในประเทศพม่าที่จะเป็นประตูการค้าขายในตะวันตกของไทย ซึ่งรัฐบาลควรสนับสนุนด้ายการเร่งสร้างระบบขนส่งและสนับสนนักลงุทนเข้าไปลงทุน
"โครงการท่าเรือน้ำลึกทวาย จะเป็นการเปิดประตูการขนส่งสำคัญด้านตะวันตกของไทยทำให้การขนส่งไม่อ้อมไปถึงสิงคโปร์ ซึ่งจะต้องใช้เวลา หลาย10 วัน ซึ่งได้ต้องเร่งฉวยโอกาสนี้ให้ได้" ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว
นายโสภณ อัศวานุชิต ผู้ช่วยผู้จัดการ สายงานธุรกิจขนาดใหญ่ ธนาคารไทยพาณิชย์กล่าวว่า รัฐบาลจะต้องเร่งเข้าไปสนัสนุนโครงการท่าเรือน้ำลึกทวายในพม่าด้วยการสร้างโครงพื้นฐานเช่น ถนนและมีการสนับสนุนด้านกฎหมายสำหรับนักลงทุนที่จะเข้าไปลงทุนเนื่องจากโครงการนี้เป็นใหญ่มีมูลค่า 8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ โดยใน 5 ปีข้างหน้าจะมีเม็ดเงินลงทุนด้านพื้นฐานรวม 4,000 ล้านเหรียญสหรัฐ นอกจากนี้โอกาสที่พม่าจะถูกยกเลิกการคว่ำบาตรก็มีสูงมากจึงควรมีการสนับสนุนโครงการนี้เพื่อประโยชน์ในระยะยาวที่จะมีการร่วมกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)ในปี 2015 หรือปี 2558
"ถ้ามัวห่วงประเด็นการถูกคว่ำบาตรของพม่าเราจะเสียโอกาสนี้ไปโดยจีนและเกาหลีจะเข้ามาลงทุนแทนทันที "นายโสภณกล่าว
ทั้งนี้ปัจจุบันธนาคารไทยพาณิชนย์ได้เข้าไปเป็นที่ปรึกษาหลักทางการเงินของบริษัทอิตาเลียนไทยซึ่งเป็นผู้ชนะการประมูลโครงการท่าน้ำลึกทวายดังกล่าว







