
ธนาคารโลกประเมินศก.เอเชียปีนี้โต8%
ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียปีนี้และปีหน้าโตได้แค่ 8% และคาดว่าไทยน่าจะโตได้แค่ 3.7% ปัจจัยด้านเงินเฟ้อยังเป็นปัญหาในการดำเนินนโยบาย
ธนาคารโลกประเมินเศรษฐกิจภูมิภาคเอเชียปีนี้และปีหน้าโตได้แค่ 8% และคาดว่าไทยน่าจะโตได้แค่ 3.7% ปัจจัยด้านเงินเฟ้อยังเป็นปัญหาในการดำเนินนโยบาย
นายวิกรม เนห์รู หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลก ประจำภาคพื้นเอเชียตะวันออก กล่าวว่าจากการวิเคราะห์และประเมินเศรษฐกิจเอเชียตะวันออก (East Asia and Pacific Update) ประจำเดือนมี.ค.ปีนี้ว่า ในปีนี้และปีหน้าเศรษฐกิจน่าจะขยายตัวลดลงจากปีที่ผ่านมา คาดว่าทั้งภูมิภาคน่าจะขยายตัวเฉลี่ยที่ระดับ 8% เท่านั้น ต่ำกว่าปีที่ผ่านมาซึ่งขยายตัวได้สูงถึง 9.6% ส่วนเศรษฐกิจไทยน่าจะขยายตัวที่ระดับ 3.7% จากปีที่ผ่านมาขยายตัวถึง 7.8%
สำหรับปัจจัยที่ธนาคารห่วงว่าจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้ รวมทั้งไทย คือ ปัญหาโศกนาฎกรรมในญี่ปุ่น ที่เกิดแผ่นดินไหวและสึนามิ ซึ่งน่าจะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะเศรษฐกิจในภูมิภาคนี้มีการค้าขายระหว่างกนมากขึ้น แต่น่าจะกระทบในช่วงสั้น และมีมูลค่าจำกัด น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้ในที่สุด โดยคาดว่าหากการขยายตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นลดลง 0.5% น่าจะทำให้การส่งออกในภูมิภาคลดลง 1.5%
และอีกปัจจัยคือผลกระทบเงินเฟ้อที่สูงขึ้นต่อเนื่อง จากราคาสินค้าสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลทำให้การดำเนินนโยบายด้านเศรษฐกิจยุ่งยากซับซ้อนขึ้น และกระทบต่อคนมีรายได้น้อย ทั้งนี้การปรับดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อก็ทำได้ไม่มากนัก เนื่องจากต้องระวังภาวะเงินทุนไหลเข้าจากต่างประเทศ หากอัตราดอกเบี้ยในประเทศสูงกว่าในต่างประเทศด้วย
“หลายประเทศในเอเชีย รวมทั้งไทย แก้ปัญหาราคาสินค้าแพงด้วยการอุดหนุนราคา ซึ่งไม่ถูกต้อง เพราะจะทำให้เกิดการบิดเบือนราคาตลาด และเกิดปัญหาขาดแคลน เกิดการค้าขายสินค้าในตลาดมืด และราคาสินค้าที่ต่ำทำให้เกษตรกรไม่ได้รับประโยชน์จากราคาสินค้าเกษตรโลกที่ปรบตวสูงขึ้น ส่งผลให้ความยากจนยังคงอยู่ ขณะเดียวกัน การอุดหนุนราคาพลังงานเป็นภาระมากเกินไปของงบประมาณ ดังนั้น ควรที่ลดหรือเลิกการอุดหนุนราคาพลังงาน และเลือกช่วยเหลือโดยตรงแก่คนจนโดยตรง” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารโลกระบุ







