posttoday
‘มันชี่ส์’ผนึกล็อกซเล่ย์บุกไทย

‘มันชี่ส์’ผนึกล็อกซเล่ย์บุกไทย

19 มีนาคม 2554

มันชี่ส์ สแน็กมาเลย์ฯ หวนบุกตลาดไทย ชูเวเฟอร์ชิ้นละ 1 บาท รับปิดเทอม ผ่านเครือข่ายล็อกซเล่ย์ รับตลาดรวม 1,200 ล้านบาท โต 20%

มันชี่ส์ สแน็กมาเลย์ฯ หวนบุกตลาดไทย ชูเวเฟอร์ชิ้นละ 1 บาท รับปิดเทอม ผ่านเครือข่ายล็อกซเล่ย์ รับตลาดรวม 1,200 ล้านบาท โต 20%

นายตัน ชวน ก๊อก (ซีเค) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มันชี่ ฟู้ด อินดัสทรี เอสดีเอ็น. บีเอชดี ผู้ผลิตและเจ้าของขนมขบเคี้ยว (สแน็ก) แบรนด์ “มันชี่ส์” เปิดเผยว่า บริษัทได้แต่งตั้งให้บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง เป็นผู้ทำตลาดและกระจายสินค้าขนมขบเคี้ยวหมวดบิสกิตและเวเฟอร์มันชี่ส์ในตลาดประเทศไทยอีกครั้ง จากก่อนหน้านี้เคยนำสินค้าดังกล่าวเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยเมื่อ 12 ปีที่ผ่านมา แต่ไม่ประสบความสำเร็จด้านยอดขายเท่าที่ควร

การกลับเข้ามาตลาดในไทยครั้งใหม่นี้ หากผลตอบรับดี บริษัทมีแผนใช้งบลงทุน 500 ล้านบาท เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตขนมขบเคี้ยวแบรนด์มันชี่ส์ในอนาคต โดยปัจจุบันแบรนด์มันชี่ส์ครันช์เป็นผลิตภัณฑ์ขนมขบเคี้ยวอันดับ 1 ในประเทศมาเลเซีย มีจำหน่ายกว่า 5 แสนร้านค้าทั่วโลก หรือใน 60 ประเทศทั่วโลก และมียอดขาย 3,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา

ด้านนางโกสุม สินเพิ่มสุขสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ล็อกซเล่ย์ เทรดดิ้ง กล่าวว่า บริษัทเห็นโอกาสทางการตลาดจากการเปิดเสรีการค้า (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยมาเลเซีย ที่ลดอัตราภาษีนำเข้าเหลือ 0% ในสินค้ากลุ่มขนมขบเคี้ยวหมวดเวเฟอร์และบิสกิต เพื่อบุกตลาดขนมขบเคี้ยวในประเทศไทย โดยจะชูจุดเด่นแบรนด์มันชี่ส์ ขนมขบเคี้ยวเพื่อสุขภาพ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคชาวไทยที่ใส่ใจสุขภาพมากขึ้น

สำหรับสินค้ามันชี่ส์มีจำหน่ายกว่า 24 รายการ ประกอบด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์บิสกิต แครกเกอร์ เวเฟอร์ และคุกกี้ จำหน่ายซองละ 5 บาท หรือกล่องละ 45 บาท และแครกเกอร์ภายใต้ซับแบรนด์ กัปตัน มันช์ กลุ่มเวเฟอร์ซับแบรนด์ มิวสิค จำหน่ายราคา 35 บาท และโอ๊ค ครันช์ คุกกี้เพื่อสุขภาพ ราคากล่องละ 55 บาท

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนนำเข้าสินค้าเวเฟอร์ มันชี่ส์ ยอสส์ เข้ามาทำตลาดในเร็วๆ นี้ โดยจะวางราคาชิ้นละ 1 บาท เพื่อรุกตลาดเด็กในสถาบันการศึกษา และโรงเรียนต่างๆ ทั่วประเทศ

โดยวางแผนกระจายสินค้าดังกล่าวไปยัง 3 ช่องทางหลัก คือ 1.ร้านค้าปลีกสมัยใหม่ที่ครอบคลุม100% รวมทั้งร้านค้าปลีกสะดวกซื้อ, 2.ร้านค้าปลีกดั้งเดิม(ทราดิชันแนล เทรด) และ3.ร้านค้าปลีกพิเศษ เช่น โรงเรียน หรือ มินิบาร์ เป็นต้น

“ในช่วงปิดเทอมใหญ่ปีนี้ บริษัทเห็นโอกาสในการทำตลาดสูง จากปัจจุบันผู้ปกครองรุ่นใหม่ส่วนใหญ่มักให้บุตรหลานเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องต่างๆเอง รวมถึงการให้เงินบุตรหลานเพื่อนำไปใช้ ซึ่งส่วนใหญ่กลุ่มเด็กมักเลือกซื้อขนมขบเคี้ยวเพื่อรับประทานเองมากกว่าผู้ปกครองซื้อให้ในช่วงนี้” นางโกสุม กล่าว

สำหรับยอดขายปีแรกบริษัทวางเป้าอยู่ที่ 200 ล้านบาท และเติบโตในปีต่อไปราว 20% ขณะที่ตลาดขนมขบเคี้ยวหมวดเวเฟอร์และบิสกิตมีมูลค่ารวมกว่า 1,200 ล้านบาท เติบโตต่อเนื่องจากปีก่อนราว 1520% ซึ่งเป็นผลจากการเข้ามาของสินค้าแบรนด์ใหม่ๆ ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่ที่เข้ามาอย่างต่อเนื่อง

 

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน