posttoday
แบงก์เชื่อปัญหาญี่ปุ่นไม่กระทบดอกเบี้ยในประเทศ

แบงก์เชื่อปัญหาญี่ปุ่นไม่กระทบดอกเบี้ยในประเทศ

15 มีนาคม 2554

แบงก์เชื่อดอกเบี้ยไทยขึ้นต่อยืนระดับ 3-3.25%  ปัญหาญี่ปุ่นไม่ส่งผลนโยบายการเงินแต่ละประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังเติบโต

แบงก์เชื่อดอกเบี้ยไทยขึ้นต่อยืนระดับ 3-3.25%  ปัญหาญี่ปุ่นไม่ส่งผลนโยบายการเงินแต่ละประเทศ เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังเติบโต

นายธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า สถานการณ์ในญี่ปุ่นไม่น่าส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ดอกเบี้ยในไทย และไม่ส่งผลต่อการดำเนินนโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) โดยเชื่อว่าธปท.จะพิจารณาดอกเบี้ยในช่วงที่เหลือของปีจากสถานการณ์เงินเฟ้อ และดอกเบี้ยที่แท้จริงเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้ดอกเบี้ยของไทยยังต่ำ สถานการณ์ปกติดอกเบี้ยควรอยู่ที่ 1% ฉะนั้นดอกเบี้ยอาจขึ้นไปอยู่ที่ 3-3.25% การพิจารณาดอกเบี้ยไทยไม่เกี่ยวกับญี่ปุ่น

นายธิติ กล่าวว่า แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีหนี้สาธารณะต่อจีดีพีอยู่ที่ 200% แต่ในจำนวนนี้ผู้ที่เป็นเจ้าหนี้ของรัฐบาลคือ คนญี่ปุ่นคิดเป็นสัดส่วน 95% ที่เหลือ 5% เป็นคนต่างประเทศ ฉะนั้นสัดส่วนที่คนต่างประเทศถือตราสารหนี้ของญี่ปุ่นจึงน้อยมาก และไม่มีความเสี่ยง

นายเชาว์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย กล่าวว่า แม้รัฐบาลญี่ปุ่นจะมีฐานะการคลัง และวินัยทางการเงินที่ย่ำแย่ แต่ก็ไม่มีปัญหาเหมือนกรีซ และประเทศในสหภาพยุโรป เพราะคนที่เป็นเจ้าหนี้คือ ประชาชนในประเทศ ญี่ปุ่นไม่ได้กู้ต่างประเทศ

ขณะที่อีกฟากญี่ปุ่นเป็นประเทศมีเงินออมเหลือค่อนข้างมาก ซึ่งมาจากภาคเอกชน และภาคครัวเรือน เพราะเอกชนในญี่ปุ่นจะออกไปทำกำไรสร้างรายได้เข้าประเทศจำนวนมาก ในส่วนของภาคครัวเรือน คนญี่ปุ่นก็มีการออมที่ดี เนื่องจากโครงสร้างของประเทศมีผู้สูงวัย และอยู่ในวัยเกษียณจำนวนมาก คนญี่ปุ่นจึงประหยัด เก็บออม เมื่อรัฐบาลออกพันธบัตรใด ๆ ออกมา ต่อให้ดอกเบี้ยไม่สูงมาก แต่ก็ยังสูงในความรู้สึกของคนญี่ปุ่นอยู่ดี เพราะปัจจุบันดอกเบี้ยของญี่ปุ่นอยู่ที่ 0% นี่จึงทำให้คนญี่ปุ่นสนใจพันธบัตรของรัฐบาลญี่ปุ่น เมื่อรวมกับความประหยัดของคนญี่ปุ่นจึงทำให้ญี่ปุ่นเกิดปัญหาเงินฝืด

ทั้งนี้จากสถานการณ์ดอกเบี้ยต่ำของญี่ปุ่น ทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นไม่ออกไปกู้เงินจากต่างประเทศ เพราะให้ดอกเบี้ยพันธบัตรเล็กน้อย ประชาชนก็สนใจ

นายเชาว์ กล่าวว่า ธนาคารกลางญี่ปุ่น(บีโอเจ) มีทุนสำรองจำนวนมาก รองจากประเทศจีน ทุนสำรองของญี่ปุ่นจึงมีความแข็งแกร่ง ต่างจากประเทศในยุโรป

นางอรนุช อภิศักดิ์ศิริกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มทิสโก้ กล่าวว่า ปัญหาในญี่ปุ่นเป็นเหตุการณ์เฉพาะที่ จึงไม่น่าส่งผลต่อตลาดเงินมาก เพราะเศรษฐกิจทั่วโลกก็ยังเป็นขาขึ้น ประเด็นญี่ปุ่นจึงไม่มีผลต่อการดำเนินนโยบายการเงินในประเทศอื่น ต่างจากผลกระทบที่เกิดจากสหรัฐในปี 2552 ที่ส่งผลกระทบทั่วโลก

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน