
ธปท.เล็งผ่อนผันเงินทุนไทยไปนอกเพิ่มเติม
ธปท.เล็งผ่อนคลายเงินไหลออกเพิ่มเติม โดยเปิดให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น
ธปท.เล็งผ่อนคลายเงินไหลออกเพิ่มเติม โดยเปิดให้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศได้มากขึ้น
แหล่งข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สายตลาดการเงินกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาเพิ่มวงเงินการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศของบุคคลธรรมดา และนิติบุคคลไทยเพิ่มเติม จากเดิมที่ได้เคยผ่อนคลายไปแล้วในปีก่อน เพื่อช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับประชาชนนักลงทุน ในการเลือกไปลงทุนหาผลตอบแทนที่ดีได้คล่องตัวขึ้น และเพื่อให้เป็นไปตามแผนพัฒนาตลาดทุนไทย รวมถึงแผนแม่บทการเคลื่อนย้ายเงินทุนของธปท.ด้วย
ทั้งนี้ การผ่อนคลายการนำเงินออกนอกประเทศเพื่อไปลงทุนในครั้งนี้ อาจจะมีการพิจารณาผ่อนคลายเพิ่มเติมในส่วนของการลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศ เช่น การขยายวงเงินลงทุนรวม การลงทุนในหลักทรัพย์ในต่างประเทศ ซึ่งขณะนี้ ธปท.อนุมัติให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์ และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุญาตกองทุนไทยซึ่งเป็นนิติบุคคลไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศในวงเงินปีละ 5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ให้มีวงเงินมากขึ้น เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาความต้องการลงทุนจากกองทุนต่างๆ ของไทยไปลงทุนในหุ้น และตราสารหนี้ของต่างประเทศมีมากขึ้นได้รับความนิยมมากขึ้น
และอาจจะมีการพิจารณาวงเงินการให้บุคคลธรรมดาไปลงทุนในหลักทรัพย์ต่างประเทศโดยตรงด้วย เพราะจากการติดตามข้อมูลเท่าของธปท.ที่ผ่านมา พบว่า การลงทุนโดยตรงของภาคเอกชนไทยในต่างประเทศช่วงต้นปี 2554 ที่ผ่านมา มีบริษัทคนไทยจำนวนมากที่สนใจยื่นคำขอนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศจำนวนมาก ทั้งการย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ และการเข้าซื้อกิจการของธุรกิจต่างประเทศ ซึ่งในส่วนนี้ธปท.ได้เปิดให้เอกชนไปลงทุนได้ไม่จำกัดจำนวนอยู่แล้ว หากมีเหตุผลที่เหมาะสม และมีความเป็นไปได้ในการลงทุน
สำหรับยอดการนำเงินไปลงทุนโดยตรงของนักลงทุนไทยในต่างประเทศ ปี 2553 ที่ผ่านมา มีจำนวน 8,342 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ ประมาณ 2.5 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2552 ที่ผ่านมา ขณะที่เงินทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศในปี 2552 มีจำนวน 5,278 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 1.58 แสนล้านบาท







