
เล็งทบทวนเกณฑ์คุมDW
สมาคม บล. เตรียมปรับเวลาประกาศแคชบาลานซ์ DW เป็นรายสัปดาห์ ให้สอดคล้องเกณฑ์ตลาด
สมาคม บล. เตรียมปรับเวลาประกาศแคชบาลานซ์ DW เป็นรายสัปดาห์ ให้สอดคล้องเกณฑ์ตลาด
นางภัทธีรา ดิลกรุ่งธีรภพ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ในฐานะนายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (สมาคม บล.) เปิดเผยว่า ภายใน 12 สัปดาห์นี้ จะมีการประชุมคณะทำงานพิจารณาเกณฑ์วางเงินสดก่อนซื้อ (แคชบาลานซ์) ของใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์อ้างอิงหุ้นสามัญ (DW) ซึ่งเป็นการทบทวนเกณฑ์หลังจากที่นำออกมาใช้ 3 เดือนแล้ว
สำหรับเกณฑ์ DW ที่ออกมา สมาคมจะออกประกาศทุกวัน โดย DW ที่เข้าเกณฑ์มีระยะเวลา 5 วันทำการ ซึ่ง DW ตัวใดที่ถูกประกาศเข้าเกณฑ์ DW ทุกๆ วันจะถูกทดเวลาออกไปทุกๆ 5 วัน
นายกสมาคม บล. กล่าวว่า เกณฑ์ปัจจุบันที่ใช้อยู่ ซึ่งออกประกาศทุกวัน มองว่าเป็นการกินพลังงานมากเกินไป ควรพิจารณาลดเป็นรายสัปดาห์ให้สอดคล้องกับการประกาศเกณฑ์แคชบาลานซ์หุ้นสามัญของตลาดหลักทรัพย์
ทั้งนี้ สมาคม บล. จะไปเก็บข้อมูลกับสมาชิก นำเข้าหารือคณะทำงานเพื่อศึกษาข้อมูลและทำเคลียริงกับสมาชิกก่อนพิจารณาต่อไป
“คณะทำงานจะทบทวนเกณฑ์ที่ออกมาใช้ 3 เดือน ว่ามีประสิทธิภาพแค่ไหน DW ที่เข้าเกณฑ์มีมากน้อยแค่ไหน แต่เท่าที่ดูคิดว่ามีผลกับ DW ช่วยลดการเก็งกำไรได้”
นางภัทธีรา กล่าวว่า การที่สมาคมเป็นผู้ดูแลและออกเกณฑ์ควบคุม DW มีส่วนช่วยลดความร้อนแรงของ DW และลดการเก็งกำไรได้ระดับหนึ่ง โดยได้รับความร่วมมือจากสมาชิกที่ช่วยกันระมัดระวังการให้สินเชื่อ (มาร์จิน) ระดมกำลังอบรมให้ความรู้กับนักลงทุน ซึ่งนักลงทุนที่เข้าลงทุนแล้ว เมื่อได้รับความรู้จากการอบรมจะมีความเข้าใจมากขึ้น
“ช่วงนี้การเก็งกำไร DW เงียบไปพอสมควร หลังจากที่นักลงทุนมีความรู้และเข้าใจมากขึ้น ซึ่งต่อไปแต่ละหน่วยงานมีแผนออก DW อีกมาก”
บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) รายงานการซื้อขาย DW ในเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า เคจีไอ มี DW จำนวน 21 ตัว คิดเป็นส่วนแบ่งตลาดสัดส่วน 32.31% ตามด้วย บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำนวน 15 ตัว สัดส่วน 23.08% บล.เคที ซีมิโก้ 11 ตัว ส่วนแบ่ง 16.92% บล.เอเซีย พลัส 10 ตัว สัดส่วน 15.38% ส่วน บล.บัวหลวงและภัทร มีจำนวนเท่ากัน 4 ตัว ส่วนแบ่งตลาด 6.15%
ขณะที่ DW ของ เคจีไอ มีมูลค่าการซื้อขายรวม 22.46 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 47.73% ของทั้งตลาด อันดับสอง ASP มีมูลค่า 17.43 ล้านบาท ส่วนแบ่ง 37.04% ทิ้งห่างอันดับที่ 3 KEST มีส่วนแบ่งเพียง 6.86%







