
เข็นครก‘พรบ.ร่วมทุน’ดึงเงินเอกชนร่วมลงขัน
คลังเข็น พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่ หนุนเอกชนร่วมลงทุนเพิ่มกว่า 100 โครงการ เชื่อ 5 ปี ลงทุน 4 ล้านล้าน
คลังเข็น พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่ หนุนเอกชนร่วมลงทุนเพิ่มกว่า 100 โครงการ เชื่อ 5 ปี ลงทุน 4 ล้านล้าน
นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า กระทรวงการคลังพยายามจะเร่งแก้ไขร่างพระราชบัญญัติการให้เอกชนร่วมลงทุนในกิจการของรัฐ พ.ศ. ... เพื่อเพิ่มศักยภาพการลงทุนของรัฐบาลให้มากขึ้น โดยร่างกฎหมายดังกล่าวจะอยู่ใต้กรอบวินัยการคลังให้เข้าสู่งบสมดุลภายใน 5 ปี ซึ่งตั้งเป้าใช้งบลงทุนเฉลี่ยปีละ 23 แสนล้านบาท ขณะที่รัฐวิสาหกิจตั้งเป้าใช้งบลงทุนปีละ 23 แสนล้านบาท ภายใน 5 ปี คาดว่าจะมีงบลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน จากรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจรวม 4 ล้านล้านบาท
นายอารีพงศ์ กล่าวว่า กลไกสำคัญที่จะสนับสนุนการลงทุนของภาครัฐ คือ การดึงเอกชนเข้ามาร่วมลงทุน รัฐบาลจึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นว่า หากเอกชนเข้ามาร่วมลงทุนกับภาครัฐแล้ว จะต้องอยู่บนพื้นฐานความเสี่ยงที่เอกชนสามารถรับได้ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชนที่สนใจจะร่วมทุน
นายอารีพงศ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังจากร่าง พ.ร.บ.ร่วมทุนดังกล่าวแล้วเสร็จ จะช่วยผลักดันโครงการลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชนเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 100 โครงการ จากเดิมที่เคยใช้ร่าง พ.ร.บ.ร่วมทุน พ.ศ. 2535 มีโครงการร่วมทุนระหว่างรัฐกับเอกชนเพียง 19-20 โครงการ คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 2 แสนล้านบาท โดยเป็นเม็ดเงินลงทุนจากเอกชน 1.7 แสนล้านบาท ซึ่งยังถือว่าอยู่ในระดับต่ำมาก เพราะยังติดปัญหาเรื่องกระบวนการในการดำเนินงานที่ล่าช้า ทำให้ภาคเอกชนไม่สนใจที่จะเข้ามาร่วมงานกับรัฐบาล ขณะที่ประเทศเกาหลีใต้มีสัดส่วนการร่วมทุนของภาครัฐกับเอกชนอยู่ที่ 16% เพิ่มจาก 3% จึงต้องเร่งพัฒนาเพื่อให้ไทยสามารถแข่งขันได้มากขึ้น
รัฐบาลคาดว่าหลังจากมีการประกาศใช้ พ.ร.บ.ร่วมทุนฉบับใหม่ จะเน้นทั้งการลงทุนขนาดใหญ่ ทั้งโครงการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ท่าเรือขนส่งสินค้า โลจิส ติกส์ ระบบราง ระบบชลประทาน ควบคู่ไปกับการลงทุนขนาดเล็กในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม อาทิ โครงการลงทุนที่สนับสนุนแหล่งท่องเที่ยว โรงพยาบาล ศูนย์บริการสาธารณสุขชุมชน พิพิธภัณฑ์ เพื่อสนับสนุนการแข่งขันของประเทศในทุกๆ ด้าน







