
ครม.ไฟเขียวประกันราคาข้าวตามกขช.
ครม.ฉลุยอัดงบหมื่นล้านเพิ่มประกันข้าว แต่ข้าวเจ้าลดลงจากข้อเสนอกขช. 500 บาท
ครม.ฉลุยอัดงบหมื่นล้านเพิ่มประกันข้าว แต่ข้าวเจ้าลดลงจากข้อเสนอกขช. 500 บาท
นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ว่า ที่ประชุมเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(กขช.) กำหนดเพิ่มราคาประกันรายได้เกษตรกรผู้ปลูกข้าวเปลือกนาปรัง ปี 53/54 1.ข้าวหอมปทุม จาก 11,000 บาทต่อตัน เป็น 11,500 บาทต่อตัน 2.ข้าวเจ้า 10,000 บาทต่อตัน เป็น 11,000 บาทต่อตัน และ 3.ข้าวเหนียว 9,500 บาทต่อตันเป็น 10,000 บาทต่อตัน
ทั้งนี้ นายธีระ วงศ์สมุทร รมว.เกษตรและสหกรณ์ รายงานว่า ผลจากการประชุมเป็นที่ยืนยันต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นจริง จึงมีความจำเป็นต้องปรับราคาประกันราคาข้าว ซึ่งราคาดังกล่าวเหมาะสมไม่กระทบโครงสร้างหลักประกันรายได้ดังกล่าว โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งทำความเข้าใจเกษตรกรได้เข้าใจ ถึงสาเหตุในเรื่องปรับราคาดังกล่าวอาจไม่ตรงกับข้อเสนอเกษตรกรบางแห่ง แต่เหตุผลในแง่งบประมาณที่นำมาปรับราคาประกัน ต้องใช้งบนับหมื่นล้านบาท และคำนึงถึงโครงสร้างหลักไม่ให้เสียสมดุลย์ไปด้วย
นอกจากนี้นายกฯได้สอบถามสถานการณ์ปริมาณต่อรมว.เกษตร ซึ่งได้มีการรายงานว่าปริมาณน้ำถัวเฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ในระดับ 60 เปอร์เซนต์ ต่ำกว่าปีที่แล้วสองพันล้านลูกบาศก์เมตร แต่พื้นที่การปลูกข้าวอยู่ที่ 13 ล้านไร่ ปริมาณน้ำใช้ปลูกได้ 12 ล้านกว่าไร่ ซึ่งรมว.เกษตรรายงานว่าเป็นสถานการณ์ที่ยังมีความเหมาะสมและควบคุมได้ ส่วนน้ำอุปโภคบริโภคต้องมีการดูแล สำรวจสถานการณ์อย่างเคร่งครัด ส่วนพื้นที่เพาะปลูกอยู่ในภาวะปลอดภัยโดยกำชัยไม่เพิ่มพื้นที่เพราะปลูกเพิ่ม
นายวัชระ กล่าวว่า นายศุภชัย โพธิ์ศุ รมช.เกษตร หยิบยกกรณีข้าวเปลือกเหนียว จากกรณีที่กขช.ปรับเพิ่มราคาประกันข้าวขึ้นอีกตันละ 500 บาท แต่ชาวอีสานที่เพาะปลูกได้ปีละหนึ่งครั้ง ยังไม่ได้รับผลประโยชน์เท่าเทียมกับพื้นที่อื่นจึงได้เสนอครม.ว่าหากเป็นไปได้อยากให้ครม.ชดเชยในส่วนของข้าวเหนียว ซึ่งนายกฯรับทราบและพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในลำดับต่อไป
พร้อมกันนี้ กระทรวงพาณิชย์เสนอร่างระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วการประกันรายได้ โดยสาระสำคัญ คือกำหนดให้มีคณะกรรมการระดับชาติมีนายกฯเป็นประธาน ส่วนระดับจังหวัดผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน อนุกรรมการระดับจังหวัดกำหนดให้ผู้ว่าฯเป็นประธาน และมีคณะกรรมการติดตามรายได้เกษตรกร







