
คาดตลาดโฆษณาออนไลน์โตไม่หยุด
นายอรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะแด็ปเตอร์ ดิจิตอล เปิดเผยว่า ผลสำรวจการใช้งบโฆษณาผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 3% หรือมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท เพราะสินค้าแบรนด์ต่างๆ เห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับ และคาดว่าในปีนี้จะดึงงบโฆษณามาลงออนไลน์มากขึ้น เห็นได้จากการจัดแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 5% หรือ 5,000 ล้านบาทในปีนี้
นายอรรถวุฒิ เวศรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อะแด็ปเตอร์ ดิจิตอล เปิดเผยว่า ผลสำรวจการใช้งบโฆษณาผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ในปีที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็น 3% หรือมีมูลค่าประมาณ 3,000 ล้านบาท เพราะสินค้าแบรนด์ต่างๆ เห็นถึงประโยชน์ที่ได้รับ และคาดว่าในปีนี้จะดึงงบโฆษณามาลงออนไลน์มากขึ้น เห็นได้จากการจัดแคมเปญและกิจกรรมต่างๆ ที่เพิ่มสูงขึ้น คาดว่าจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 5% หรือ 5,000 ล้านบาทในปีนี้
สำหรับอะแด็ปเตอร์ในปีนิ้ หลังจากแยกบริษัทออกมาจากบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส หรือเอไอเอสอย่างชัดเจนและตั้งเป็นบริษัทด้านเอเจนซี่ออนไลน์ตั้งแต่ ม.ค. ที่ผ่านมา มีลูกค้าดูแลอยู่ประมาณ 20 ราย เช่น แสนสิริ, เป๊ปซี่, เลย์ ถือเป็นกลุ่มหลักที่มีการใช้โฆษณาและกิจกรรมออนไลน์อย่างต่อเนื่อง โดยบริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้ 300 ล้านบาท และมีแผนในระยะยาวจะขึ้นเป็นผู้นำในตลาดโฆษณาออนไลน์
“ปีนี้จะยังเน้นกลุ่มลูกค้าเดิมเป็นหลัก เพราะมีความเข้าใจในการทำโฆษณาออนไลน์ ขณะที่กลุ่มลูกค้าใหม่ๆ ก็ต้องให้ความรู้ความเข้าใจ ซึ่งเดี๋ยวนี้ไม่ใช่แค่การทำเว็บไซต์ หรือแบนเนอร์เท่านั้น แต่ต้องมีการคิดผสมผสานกับสื่ออื่นๆ ด้วย โดยการจะทำโฆษณาออนไลน์ปัจจุบันจะใช้งบประมาณตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป” นายอรรถวุฒิ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ในธุรกิจเอเจนซี่ออนไลน์ยังมีปัญหาเรื่องบุคลากร โดยเฉพาะครีเอทีฟและแพลนเนอร์ที่เข้าใจในงานโฆษณาออนไลน์ ทำให้มีปัญหาเรื่องการแย่งบุคลากร และการแข่งขันก็สูงขึ้นเรื่อยๆ
ส่วนผู้ประกอบการสินค้าต่างๆ ที่ต้องการใช้การโฆษณาออนไลน์ให้เกิดประโยชน์ ต้องเริ่มปรับจากแนวคิด จะใช้เพียงวิธีเพิ่มงบเพื่อลงโฆษณามากๆ ให้ประชาชนเห็นเป็นประจำไม่ได้แล้ว แต่ต้องศึกษาพฤติกรรมและคิดคอนเทนต์ให้โดนใจมากขึ้น การวัดผลก็ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสินค้าและบริการด้วย







