
ภัทรวุฒิ เยี่ยมสวัสดิ์ อยากให้รัฐหนุนแอลพีจีเหมือนเอ็นจีวี!!!
หากมองในเรื่องของการเป็นแก๊สที่ผลิตในประเทศได้เหมือนกัน ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้เหมือนกัน รัฐบาลก็น่าที่จะสนับสนุนไปในทิศทางเดียวกัน...
หากมองในเรื่องของการเป็นแก๊สที่ผลิตในประเทศได้เหมือนกัน ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้เหมือนกัน รัฐบาลก็น่าที่จะสนับสนุนไปในทิศทางเดียวกัน...
โดย...พิสันต์ อิทธิวัฒนกุล
ทำธุรกิจรับติดตั้งระบบแก๊สธรรมชาติสำหรับรถยนต์ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2549 ในช่วงภาวะราคาน้ำมันถีบตัวขึ้นอย่างรุนแรง จนกลายเป็นหนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์ในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็นแอลพีจี หรือซีเอ็นจีก็ตาม
แต่ดูเหมือนว่า ภัทรวุฒิ เยี่ยมสวัสดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีโอ ผู้แทนจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เอซี ออโต้แก๊ส ผู้ให้บริการติดตั้งและให้คำปรึกษาระบบแก๊สรถยนต์แบบครบวงจรจะเก็บตัวค่อนข้างเงียบเชียบในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งที่บริษัทและศูนย์บริการในเครือข่ายให้บริการติดตั้งระบบแก๊สรถยนต์ให้กับรถยนต์มากกว่า 3 หมื่นคัน มีรายได้ต่อปีกว่า 400 ล้านบาท ในปี 2553 ที่ผ่านมา พร้อมด้วยอัตราการเติบโตปีละกว่า 50% มาโดยตลอด
ภัทรวุฒิ ได้เปิดใจเกี่ยวกับเรื่องการสนับสนุนจากภาครัฐบาลสำหรับธุรกิจแก๊สธรรมชาติ หรือแอลพีจี ว่า
“อยากให้รัฐบาลสนับสนุนแอลพีจีเหมือนกับที่สนับสนุนซีเอ็นจีบ้าง ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามผลักดันให้คนหันไปใช้ซีเอ็นจีกันมาก มีการสนับสนุนหลายด้าน ล่าสุดก็มีการลดภาษีนำเข้าอุปกรณ์ให้อีก ซึ่งหากมองในเรื่องของการเป็นแก๊สที่ผลิตในประเทศได้เหมือนกัน ลดการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศได้เหมือนกัน รัฐบาลก็น่าที่จะสนับสนุนไปในทิศทางเดียวกัน”
เขาบอกอีกว่า ความต้องการการใช้งานของแอลพีจียังมีอยู่มาก รถยนต์ที่ติดแก๊สธรรมชาติรุ่นใหม่มองข้อดีข้อด้อยของทั้งสองระบบแล้ว ก็ยังมองว่าระยะทางวิ่งที่ไกลกว่า ถังน้ำหนักเบากว่า และสมรรถนะที่ไม่แตกต่างจากการวิ่งด้วยน้ำมันมากนัก ซึ่งแตกต่างจากซีเอ็นจีที่แม้จะราคาถูกกว่า แต่ก็มีข้อจำกัดในการใช้งานหลายด้าน
นอกจากนี้ เทคโนโลยีรุ่นใหม่ของแอลพีจียังสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
“ลูกค้าของทีโอกว่า 90% จะเลือกติดตั้งระบบแอลพีจี ขณะที่ซีเอ็นจีผมมองว่าอาจจะเหมาะสมกับรถยนต์ขนาดใหญ่ หรือกลุ่มรถยนต์โดยสารมากกว่า”
ส่วนแผนงานในปีนี้ หากมองสถานการณ์ราคาน้ำมันที่มีแนวโน้มพุ่งขึ้นสูง จะส่งผลให้แก๊สธรรมชาติยังเป็นทางเลือกที่สำคัญของผู้ใช้งานรถยนต์ในประเทศไทย ทำให้เชื่อว่าตลาดจะยังขยายตัวอยู่
ดังนั้น บริษัทจะเน้นขยายเครือข่ายให้เพิ่มขึ้นในประเทศไทยอีก 100 แห่ง จากปัจจุบันที่มีอยู่ 200 แห่ง และเพิ่มรายได้อีก 50% หรือคิดเป็นกว่า 600 ล้านบาทในปีนี้
เขาบอกอีกว่า การแข่งขันในตลาดติดตั้งระบบแก๊สธรรมชาติสำหรับรถยนต์ในปีนี้จะทวีความรุนแรงมากขึ้นตามความต้องการที่เพิ่มขึ้น ซึ่งลูกค้าต้องคิดรอบคอบมากขึ้น
เพราะการติดตั้งระบบแก๊สธรรมชาติให้กับรถยนต์ทุกครั้งคือสิ่งที่จะอยู่กับผู้ใช้รถไปในทุกๆ วัน ทุกๆ เส้นทาง การตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้กับรถยนต์ ก็หมายถึงการเลือกเพื่อนร่วมทางที่ดี ประหยัดและปลอดภัยอย่างแท้จริง!!!







