
ทีดีอาร์ไอเชื่อเจรจามือถือไม่จบ
ทีดีอาร์ไอเชื่อไอซีทีเจรจา 3 ค่ายมือถือไม่สำเร็จ ระบุเรื่องจบที่การฟ้องร้อง เอกชนซื้อเวลารอสัมปทานหมดอายุ
ทีดีอาร์ไอเชื่อไอซีทีเจรจา 3 ค่ายมือถือไม่สำเร็จ ระบุเรื่องจบที่การฟ้องร้อง เอกชนซื้อเวลารอสัมปทานหมดอายุ
นายสมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์ รองประธานสถาบันเพื่อการวิจัยและพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ เปิดเผยว่า มีแนวโน้มสูงมากที่การเจรจาระหว่างคณะกรรมการเจรจาค่าเสียหายของกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) กับผู้ให้บริการมือถือจะจบลงที่การฟ้องร้องมากกว่าได้ข้อสรุป
ทั้งนี้ เนื่องจากเอกชนไม่มีทีท่าว่าจะยอมรับการจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญา เพราะเชื่อว่าการแก้ไขสัญญาเกิดขึ้นอย่างถูกต้องและหากเรื่องจบลงที่การฟ้องร้อง จะต้องใช้เวลาหลายปีกว่ากระบวนการจะถึงศาลฎีกา ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นสัญญาสัมปทานของเอกชนแต่ละรายก็หมดอายุลงแล้ว
“โครงสร้างสัมปทานมือถือทุกวันนี้อ่อนแอ เพราะตราบใดที่เป็นสัมปทานก็จะมีการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องตลอด ซึ่งเมื่อการเมืองเข้ามาเกี่ยว ทุกอย่างก็จะยุ่งมากขึ้น”นายสมเกียรติกล่าว
นายสมเกียรติ กล่าวว่า แม้ไอซีทีจะมีอำนาจต่อรองสูงจากการที่คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าการแก้ไขสัญญาไม่ถูกต้องและเป็นกรณีเดียวกับไอทีวี คือ สัญญาที่ไม่ถูกต้องไม่มีอยู่จริง แต่ข้อได้เปรียบนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้การเจรจาจบลงในแบบที่ต้องการ เมื่อเอกชนยืนยันที่จะไม่จ่ายและเลือกที่จะเข้าสู่กระบวนการฟ้องร้องมากกว่า
ส่วนการที่นายจุติ ไกรฤกษ์ รมว.ไอซีที เปิดทางผู้ให้บริการมือถือจากต่างประเทศ เช่น เอ็นทีที โดโคโม ไชน่า โมบาย เข้ามาดำเนินการแทนเอกชนไทยนั้น ไม่น่าจะได้รับความสนใจมากนัก เนื่องจากไทยยังไม่ได้เปิดเสรีกิจการโทรคมนาคม ซึ่งหากต่างชาติเข้ามาก็ต้องเข้ามาในลักษณะนอมินี
“แต่ละรายทีไอซีทีไปเสนอนั้น ล้วนมีรัฐบาลถือหุ้นอยู่ด้วย ซึ่งการจะดำเนินการอะไรในต่างประเทศก็เสี่ยงที่จะขัดต่อกฎหมายของประเทศตัวเอง และยังจะส่งผลกระทบในระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ หากเกิดปัญหาตามมา”นายสมเกียรติกล่าว
นอกจากนี้ สัมปทานที่เหลืออยู่มีอายุไม่กี่ปี จึงไม่มีแรงจูงใจมากพอที่จะทำให้ต่างชาติสนใจเข้ามาดำเนินการ ดังนั้น การที่กระทรวงไอซีทีนำสัมปทานเอกชนไทยไปเสนอขายต่างชาตินั้น จึงเป็นเพียงการสร้างอำนาจการต่อรองเพื่อให้เอกชนยอมจ่ายค่าเสียหายที่เกิดขึ้นจากการแก้ไขสัญญามากกว่า







