
กรมศุลฯตรวจเข้มลอบส่งน้ำตาลไปเขมร
กรมศุลกากรตั้งหน่วยเฉพาะกิจไล่จับกุมผู้ลักลอบขนน้ำตาลทรายออกไปจำหน่ายนอกประเทศ ระบุพบลอบขนออกไปชายแดนฝั่งเขมรมากสุด พบ4เดือนยอดทุบสถิติปี53
กรมศุลกากรตั้งหน่วยเฉพาะกิจไล่จับกุมผู้ลักลอบขนน้ำตาลทรายออกไปจำหน่ายนอกประเทศ ระบุพบลอบขนออกไปชายแดนฝั่งเขมรมากสุด พบ4เดือนยอดทุบสถิติปี53
นายประสงค์ พูนธเนศ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่ามีการลักลอบส่งออก-นำเข้าน้ำตาลตามชายแดนมากขึ้น โดยเฉพาะบริเวณตะวันออก ที่ติดกับประเทศกัมพูชาพบว่ามีการลักลอบนำออกไปมาเป็นพิเศษ เพราะมีความต้องการบริโภคน้ำตาลทรายจำนวนมาก
ทั้งนี้ กรมศุลกากรตั้งหน่วยเฉพาะกิจจับกุมผู้ลักลอบขนน้ำตาลทรายออกนอกประเทศ ซึ่งพบว่า มีลักษณะขนส่งเป็นกองทัพมด หรือบรรทุกใส่มอเตอร์ไซต์ ซึ่งเป็นผู้ลักลอบรายเล็ก ซึ่งบางครั้งอาจจะเป็นรายใหญ่แต่ใช้วิธีขนส่งโดยรายย่อยไปรวมกันขายที่นอกประเทศ
จากข้อมูลพบว่าในช่วง 4 เดือนแรก ต.ค. 2553 - ก.พ. 2554 มีการลักลอบนำน้ำตาลออกจำนวน 6 ราย รวมจำนวน 3.03 หมื่นกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 5.3 แสนบาท สูงกว่าทั้งปีงบประมาณ 2553 เกือบเท่าตัว โดยจับกุมได้ 23 ราย รวมจำนวน 1.49 หมื่นกิโลกรัม คิดเป็นมูลค่า 2.7 แสนบาท
ขณะที่การลักลอบนำเข้า 4 เดือนแรก มีการลักลอบนำเข้า 37 ราย รวม 7.4 พันกิโลกรัม เป็นมูลค่า 1.37 แสนบาท เทียบปี 2553 ลักลอบ 29 ราย รวม 1.31 หมื่นกิโลกรัม มูลค่า 2.63 แสนบาท ซึ่งการลักลอบนำน้ำตาลทรายเข้ามาจากประเทศมาเลเซียที่มีราคาน้ำตาลทรายถูกกว่าประเทศไทยกิโลกรัมละ 6 บาท
นายประสงค์ กล่าวว่า ได้กำชับทุกด่านชายแดน ให้ตรวจสอบเข้มงวด โดยเฉพาะรถสินค้าให้ดูอย่างละเอียด ว่ามีอะไรซุกซ่อนหรือไม่ เพราะหากปล่อยให้มีการขนถ่ายน้ำตาลออกไปมาก จะส่งผลให้ปริมาณจำหน่ายน้ำตาลในประเทศลดลง ทำให้ของขาดตลาดและราคาอาจจะเพิ่มสูงขึ้น
ขณะเดียวกัน ก็สั่งการให้หน่วยเคลื่อนที่เร็วเน้นตรวจสอบ สืบสวนจับกุมได้ทันทีที่มีเบาะแส รวมถึงการประสานความร่วมมือกับส่วนราชการอื่น เช่น ตำรวจ ทหาร ให้ช่วยกันตรวจสอบจับกุมด้วย







