posttoday
ไทยพาณิชย์แนะกองทุนสั้นรับเงินเฟ้อ/ดอกพุ่ง

ไทยพาณิชย์แนะกองทุนสั้นรับเงินเฟ้อ/ดอกพุ่ง

02 มีนาคม 2554

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะลงตราสารหนี้ระยะสั้น ป้องกันเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งกองใหม่อีก 4 รุ่น ลง  3-6 เดือน ชูจ่ายผลตอบแทนสูงสุด 2.60% ต่อปี

บลจ.ไทยพาณิชย์ แนะลงตราสารหนี้ระยะสั้น ป้องกันเงินเฟ้อและดอกเบี้ยขาขึ้น ส่งกองใหม่อีก 4 รุ่น ลง  3-6 เดือน ชูจ่ายผลตอบแทนสูงสุด 2.60% ต่อปี

นางโชติกา สวนานนท์ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยถึงกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ว่า จากความผันผวนของตลาดหุ้นที่ได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันและเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง การลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้นที่ไม่เกิน 6 เดือน จะเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่นักลงทุนไม่ควรมองข้ามด้วยโอกาสรับผลตอบแทนสูงในสภาวะทิศทางดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น ซึ่งคาดว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นอีกจากภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมัน

อย่างไรก็ตาม บริษัทยังออกกองทุนตราสารหนี้ระยะสั้นอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีกองทุนใหม่ออกมาอีก 4 กองทุน มีระยะเวลาลงทุน 3-6 เดือน  เสนอขายตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวันที่ 7 มี.ค.2554 ลงทุนขั้นต่ำเพียง 10,000 บาท  โดย 2 กองแรกเป็นการผสมเงินฝากธนาคารต่างประเทศกับตราสารหนี้ในประเทศ  ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 6M9 (SCBFI6M9) อายุ 6 เดือน คาดผลตอบแทนประมาณ 2.60% ต่อปี ลงทุนในเงินฝากธนาคารบาร์เคลย์หรือ ธนาคาร HSBC หรือธนาคาร National Bank of Abu Dhabi ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรสต์ (UAE) มีอันดับความน่าเชื่อถือจากฟิทช์เรทติ้งส์ อยู่ที่ F1+ สัดส่วนการลงทุน 20%  เงินฝากธนาคาร Union Nation Bank ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรสต์  อันดับความน่าเชื่อถืออยู่ ที่ F1 สัดส่วน 25% หุ้นกู้ระยะสั้นธนาคารทหารไทย และ ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) อันดับความน่าเชื่อถืออยู่ที่ F1/ F1+ สัดส่วน 50% ที่เหลือryนธบัตรรัฐบาลไทย 5% ปิดความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนแล้ว เมื่อเทียบกับกองทุนตราสารหนี้ประเภทเดียวกันที่อยู่ในตลาดขณะนี้ถือว่าให้ผลตอบแทนที่ดีมาก

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ตราสารหนี้ 3M4 (SCBFI3M4) อายุ 3 เดือน คาดผลตอบแทนประมาณ 2.25% ต่อปี    เน้นลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล 30% เงินฝากธนาคารออมสิน 20% ที่เหลือลงทุนในหุ้นกู้ระยะสั้นและเงินฝากธนาคารต่างประเทศ ซึ่งอันดับเครดิตจากฟิทช์ เรทติ้งส์ อยู่ที่ F1 ในสัดส่วน 25% เท่ากัน คือหุ้นกู้ระยะสั้นธนาคารทหารไทย และเงินฝาก ธนาคาร Union National Bank ในสาธารณรัฐอาหรับเอมิเรสต์

ส่วนอีก 2 กองทุนที่เหลือจะเน้นลงทุนตราสารหนี้ภายในประเทศเท่านั้น ได้แก่ กองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรรัฐบาล 6M92 (SCBGB6M92)   อายุ  6 เดือน ลงทุนตั๋วเงินคลังและเงินฝากประจำธนาคารไทยพาณิชย์ คาดผลตอบแทนประมาณ 2.00% ต่อปี  และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์พันธบัตรและตราสารธนาคาร 28 (SCBGBANK28)  อายุ 6 เดือน เน้นลงทุนในตั๋วเงินคลัง 56% ส่วนที่เหลือลงทุนในตั๋วแลกเงินธนาคารทหารไทย ตั๋วแลกเงินธนาคารกรุงศรีอยุธยาและธนาคารกรุงไทย คาดผลตอบแทนประมาณ 2.10% ต่อปี

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค