posttoday
ประกันเปิดศึกชิงลูกค้ารายย่อย

ประกันเปิดศึกชิงลูกค้ารายย่อย

02 มีนาคม 2554

หวังได้เบี้ยช่วยดันธุรกิจโตต่อเมืองไทยฯรักษาแชมป์1ใน5เมืองไทยประกันภัยขอโต 100% รักษาส่วนแบ่งการตลาดที่ 5

หวังได้เบี้ยช่วยดันธุรกิจโตต่อเมืองไทยฯรักษาแชมป์1ใน5เมืองไทยประกันภัยขอโต 100% รักษาส่วนแบ่งการตลาดที่ 5

บริษัทประกันภัย มุ่งยึดลูกค้ารายย่อย ดันธุรกิจโตต่อเนื่อง

นางนวลพรรณ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เมืองไทยประกันภัย เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเติบโตเบี้ยรับรวมเพิ่มขึ้น 15% จากปี 2553 ที่เติบโต 8% หรือประมาณ 2 เท่าของธุรกิจประกันภัย คิดเป็นเบี้ยรับรวม 5,325 ล้านบาท และยังคงติด 1 ใน 5 ของธุรกิจประกันวินาศภัย โดยเป็นเบี้ยรถยนต์ 2,325 ล้านบาท และเบี้ยที่ไม่ใช่รถยนต์หรือนันมอเตอร์ 3,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ บริษัทจะรุกตลาดประกันภัยรถยนต์มากขึ้น และมีการปรับราคาให้ใกล้เคียงกับบริษัทประกันภัยชั้นนำ โดยเน้นขายประกันรถชั้น 1 มากขึ้น ส่วนประกันนันมอเตอร์นั้น ขณะนี้ประชาชนมีความตื่นตัวมากขึ้นหลังจากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมและน้ำท่วมครั้งใหญ่ ทำให้มีการซื้อประกันภัยก่อการร้ายและประกันภัยคุ้มครองน้ำท่วมเพิ่มขึ้น

“ปีนี้เป็นปีที่มีความท้าทายในการแข่งขัน เพราะหลายๆ บริษัทมีการปรับตัวและแข่งสูง โดยเฉพาะเรื่องค่าเบี้ยประกันที่ตัดราคากันทำให้ลดต่ำลง ขณะที่ค่าสินไหมทดแทนไม่ได้ลดลงตาม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาขาดสภาพคล่อง และทางสมาคมประกันวินาศภัยต้องออกมามีบทบาทในการทำให้เรื่องเหล่านี้ลดลง เพราะที่ผ่านมาเคยเจรจาเรื่องนี้กันมาเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว แต่ก็ยังมีการตัดราคากันในตลาด” นางนวลพรรณ กล่าว

ซึ่งในส่วนของบริษัทประกันภัย ก็ได้ทำการซื้อประกันภัยต่อที่ให้ความคุ้มครองกรณีน้ำท่วมรถยนต์ด้วย จากเดิมที่ไม่ได้ซื้อความคุ้มครองตรงนี้ไว้ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์โลกเปลี่ยนทำให้เกิดภัยพิบัติมากขึ้น

ส่วนในปี 2553 บริษัทมีเบี้ยรับรวม 4,925 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 374 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8% จากปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 393.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 136 ล้านบาท หรือคิดเป็น 53% เมื่อเทียบกับปี 2552 โดยมีเบี้ยประกันภัยที่ถือเป็นรายได้เพิ่มขึ้น 266 ล้านบาท หรือ 8% นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้และผลกำไรจากการลงทุนในหลักทรัพย์รวม 311 ล้านบาท ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจากปีที่แล้วคิดเป็น 73%

น.ส.พณิตา ตู้จินดา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไทยประกันภัย กล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวมไว้ที่ 1,375 ล้านบาท เติบโต 25% โดยยังมุ่งเน้นขยายตลาดรายย่อย โดยพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการเพื่อสนองตอบความต้องการของลูกค้า รวมทั้งขยายตลาดผ่านช่องทางธนาคารทหารไทย เพื่อมุ่งขยายช่องทางการขายและเจาะกลุ่มลูกค้ารายย่อยอย่างต่อเนื่อง ส่วนปีที่ผ่านมามีเบี้ยรับรวม 1,099 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 46 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าสินไหมจ่ายที่ลดลง 157.3 ล้านบาท คิดเป็นอัตราลดลง 25% จึงทำให้อัตราค่าความเสียหายต่อเบี้ยประกันที่ถือเป็นรายได้ลดลงจาก 64% ณ สิ้นปี 2552 เหลือเพียง 56%

นายสมบุญ ฟูศรีบุญ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท นำสินประกันภัย กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าเบี้ยรับรวมปีนี้ที่ 1,210 ล้านบาท แบ่งเป็น เบี้ยรถยนต์ 1,062 ล้านบาท และเบี้ยนันมอเตอร์ 148 ล้านบาท โดยเน้นงานที่มีคุณภาพและอัตราค่าสินไหมที่ไม่สูงนัก ส่วนปีที่ผ่านมามีเบี้ย 1,126 ล้านบาท มีกำไรสุทธิ 100 ล้านบาท

“เราสนใจตลาดไมโคร อินชัวรันส์ ซึ่งคาดว่าจะเติบโตอีกมาก เพราะค่าเบี้ยยังต่ำ เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับผู้มีรายได้น้อย ซึ่งเราเจาะตลาดลูกค้ารายย่อยให้ได้มากที่สุด” นายสมบุญ กล่าว

ในปีที่ผ่านมาบริษัทมีเบี้ย 1,126 ล้านบาท แยกเป็นเบี้ยประกันภัยรถยนต์ 1,001.79ล้านบาท และเบี้ยที่ไม่ใช่รถยนต์หรือนันมอเตอร์ 124.30 ล้านบาท และมีกำไร 100 ล้านบาท ซึ่งในปีนี้มีแผนที่จะขยายงานในปี 2554 ให้ได้ยอดขายจำนวน 1,210 ล้านบาท แบ่งเป็นกรมธรรม์รถยนต์ และกรมธรรม์นันมอเตอร์ จำนวน 1,062 ล้านบาท และ 148 ล้านบาทตามลำดับ เราไม่ชอบการเจริญเติบโตที่หวือหวา ไร้เสถียรภาพ แต่ต้องการงานที่มีคุณภาพ และอัตราค่าสินไหม (Loss Ratio) ไม่สูงนัก” นายสมบุญ กล่าว

&<2288;

ซึ่งต่ำกว่าปีที่ผ่านมาจำนวน 22.93 ล้านบาท เพราะว่าบริษัทลดยอดขาย พ.ร.บ.รถจักรยานยนต์ ที่ปรับปรุงเงื่อนไขความคุ้มครองและมีอัตราค่าสินไหมสูงขึ้น

ทั้งนี้บริษัทได้กำาไรจากการรับประกันภัยที่หักค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นจำนวน 8.82 ล้านบาท ซึ่งเมื่อรวมกำไรจากการลงทุนและรายได้อื่นจำนวน 87.84 ล้านบาท และ 22.01 ล้านบาทตามลำดับ บริษัทฯได้กำาไรสุทธิที่หักภาษีเงินได้นิติบุคคลแล้วเป็นจำนวน 100.85 ล้านบาท นับเป็นอีกปีหนึ่งที่ผลประกอบการเป็นที่น่าพอใจ

“ในปี 2553 บริษัทฯได้กำาไรจากการลงทุนเป็นจำานวนมาก เพราะหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ฯ มีราคาสูงขึ้น เราเองลงทุนในตราสารทางการเงินหลากหลายชนิดซึ่งส่วนมากเป็นพันธบัตรรัฐบาล หน่วยลงทุน และเงินฝาก ที่มีความเสี่ยงไม่สูงนัก เพื่อกระจายความเสี่ยงเราเองมีความระมัดระวังที่จะลงทุนในหุ้น ไม่ให้สัดส่วนเกินร้อยละ 20 ของสินทรัพย์ลงทุน เพราะทราบดีว่าหุ้นมักจะมีราคาผันผวน”นายสมบุญ กล่าว

“บริษัทฯมีเงินกองทุน ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2553 เป็นจำนวน 984.23 ล้านบาท เท่ากับ6.11 เท่าของเงินกองทุนที่จะต้องดำารงตามกฎหมาย ซึ่งมากกว่า ณ 31 ธันวาคม 2552 ที่มีจำนวน 701.71 ล้านบาท เพราะเรามีกำไรสุทธิมากขึ้น สิ่งสำคัญมากก็คือการปฏิบัติตามแนวทางของ Cash Before Cover ที่กำหนดโดยสำานักงาน คปภ. ช่วยให้บริษัทฯมีสภาพคล่องสูงขึ้น ทั้งเสริมสร้างฐานะทางการเงินให้แข็งแกร่ง” นายสมบุญ กล่าว

“บริษัทฯมีแผนที่จะขยายงานในปี 2554 ให้ได้ยอดขายจำนวน 1,210 ล้านบาท แบ่งเป็นกรมธรรม์รถยนต์ และกรมธรรม์นันมอเตอร์ จำนวน 1,062 ล้านบาท และ 148 ล้านบาทตามลำดับ เราไม่ชอบการเจริญเติบโตที่หวือหวา ไร้เสถียรภาพ แต่ต้องการงานที่มีคุณภาพ และอัตราค่าสินไหม (Loss Ratio) ไม่สูงนัก” นายสมบุญ กล่าว

“เรามีความสนใจใน ไมโคร อินชัวรันส์ ซึ่งคาดว่าจะเติบโตได้อีกมาก เพราะว่าเบี้ยประกันภัยมีอัตราที่ต่ำ เข้าใจได้ง่าย ไม่ซับซ้อน เหมาะกับผู้มีรายได้น้อย แต่ไมโคร อินชัวรันส์เป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตัวแทน นายหน้า และลูกค้าผู้เอาประกันภัยยังขาดความรู้และความเข้าใจบริษัทฯมอบหมายให้ฝ่ายฝึกอบรมและพัฒนาธุรกิจของบริษัทฯ ทำการอบรมตัวแทน นายหน้าที่ส่งงานให้เราอย่างเข้มข้น เพื่อเจาะตลาดลูกค้ารายย่อยให้ได้มากที่สุด”นายสมบุญ กล่าว

นายสมบุญ กล่าวว่า ส่วนแผนกลยุทธ์ที่จะใช้แข่งขันในตลาดนั้น “เราวางแผนที่จะทำาแคมเปญกระตุ้นยอดขาย เพื่อขยายงานได้ต่อเนื่อง แต่เรื่องนี้อย่างเดียวไม่เพียงพอ คุณภาพของบริการสำาคัญที่สุด เราอยู่ได้ทุกวันนี้ ก็เพราะลูกค้าเชื่อมั่นใบริการของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการจ่ายค่าสินไหมฯ ตามนัดหมายและตรงไปตรงมาถ้าลูกค้าไม่เชื่อถือ บริษัทฯก็อยู่ไม่ได้ เราวางแผนปรับปรุงกระบวนการให้บริการสินไหมทดแทนอีกครั้งหนึ่งในปี 2554 กล่าวคือจะยกเครื่องระบบการรับแจ้งเคลม โดยนำาเอา Software ที่ทันสมัยมาช่วยบริษัทฯ บริการเคลมให้รวดเร็วขึ้น”

 

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค