
บจ.จ่อลงทุนใหญ่
2เดือนโหมหาทุน4.4หมื่นล. จัดงานช้างดึงทุนจีนอาหรับ
2เดือนโหมหาทุน4.4หมื่นล. จัดงานช้างดึงทุนจีนอาหรับ
บริษัทในตลาดหุ้นส่งสัญญาณลงทุนครั้งใหญ่ 2 เดือนแรกประกาศระดมทุน 4.4 หมื่นล้าน เท่าทั้งปีก่อน จังหวะหุ้นเหมาะเศรษฐกิจดี
นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในช่วง 2 เดือนแรกปี 2554 บริษัทจดทะเบียน (บจ.) จะมีการระดมทุนสูงถึง 44,167 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเท่ากับทั้งปี 2553
ทั้งนี้ ในเดือน ม.ค. บริษัทจดทะเบียนมีการระดมจริงแล้ว 9,214 ล้านบาทและในเดือน ก.พ. คณะกรรมการ บจ. มีมติการระดมทุนทั้งสิ้น 34,953 ล้านบาท
“ปี 2554 ถือเป็นปีที่เหมาะกับการระดมทุนเนื่องจากเศรษฐกิจดี และภาวะตลาดหุ้นไทยก็เอื้ออำนวย เนื่องจากสัดส่วนราคาปิดต่อกำไรต่อหุ้น (พี/อี) สูงขึ้นทำให้ บจ.ระดมทุนได้มากมีต้นทุนเงินที่ถูกกว่าธนาคารที่ดอกเบี้ยช่วงขาขึ้น”
ด้านกำไรของ บจ. ปี 2554 คาดว่าจะโตจากปีก่อนที่บจ.สัดส่วน 48% มีกำไรสุทธิ4.48 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 30% จากปี 2552
ด้านตลาดหลักทรัพย์ได้ร่วมกันบริษัทหลักทรัพย์ ภัทร (PHATRA) และธนาคารแห่งอเมริกาเมอร์ริล ลินช์ จัดงาน “Thailand Focus 2011Enchancing Thailand’s Competitiveness” ระหว่างวันที่ 2830 มี.ค.นี้ หลังจากงดจัดงานนี้มา 2 ปี เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนต่างประเทศ
ขณะนี้มี บจ. 66 บริษัท ตอบรับการเข้าร่วมให้ข้อมูลครั้งนี้ คิดเป็นมูลค่าตลาดทั้งสิ้น 6 ล้านล้านบาท หรือ 75% ของมูลค่าตลาดรวม
กลุ่มผู้ลงทุนเป้าหมายนอกจากผู้ลงทุนและนักวิเคราะห์ชั้นนำจากสหรัฐ อังกฤษ กลุ่มประเทศยุโรปเป็นหลักแล้ว ยังต้องการกลุ่มผู้ลงทุนใหม่ เช่น ประเทศในกลุ่มตะวันออกกลาง จีน และกลุ่มประเทศในอาเซียน
นายอัสสเดช คงสิริ ผู้อำนวยการประจำประเทศไทย ธนาคารแห่งอเมริกาเมอร์ริล ลินช์ กล่าวเสริมว่า ในสายตาของนักลงทุนต่างชาติมองจุดเด่นของไทยในเรื่องของโอกาสการไปลงทุนต่างประเทศ ของ บจ.ไทยถือเป็นเรื่องใหม่ เพราะหากสามารถสร้างผลตอบแทนจากการไปลงทุนในต่างประเทศได้เร็ว จะเป็นตัวสนับสนุนการขยายตัวของ บจ.ไทย
สำหรับกลุ่มธุรกิจที่นักลงทุนต่างชาติเรียกร้องอยากพบ มีกลุ่มบริษัท ปตท. กลุ่มธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มค้าปลีก เช่น บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ (BIGC) และบริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) เป็นต้น
ด้านบริษัทปตท. (PTT) มีกำไรสุทธิ 83,087 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 39.53% จากปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 59,547 ล้านบาท และคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 5.50 บาท







