posttoday
นายก บลจ. ชี้ครึ่งปีหลังหุ้นขึ้น

นายก บลจ. ชี้ครึ่งปีหลังหุ้นขึ้น

30 มกราคม 2553

นายกสมาคม บลจ. แนะนักลงทุนระยะยาวทยอยซื้อหุ้นที่ราคาตก เพราะทิศทางหุ้นจะขึ้นในครึ่งปีหลัง

นายกสมาคม บลจ. แนะนักลงทุนระยะยาวทยอยซื้อหุ้นที่ราคาตก เพราะทิศทางหุ้นจะขึ้นในครึ่งปีหลัง

 

นายก บลจ. ชี้ครึ่งปีหลังหุ้นขึ้น วรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน

นางวรวรรณ ธาราภูมิ นายกสมาคมบริษัทจัดการลงทุน(สมาคม บลจ.) แนะทิศทางสำหรับการลงทุนในปี 53 ท่ามกลางสถานการณ์ทางการเมืองที่หลายฝ่ายยังเป็นกังวล โดยให้นักลงทุนระยะสั้นไม่เกิน 3 เดือน ควรถือเงินสดไว้ 50%

แต่หากเป็นนักลงทุนระยะยาวตั้งแต่ 6 เดือนขึ้นไป แนะนำให้ทยอยซื้อหากราคาหุ้นเริ่มปรับตัวลดลง เนื่องจากเชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังไปแล้วสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้น โดยให้เน้นการลงทุนในกลุ่มหุ้นปันผลที่เฉลี่ยเกินกว่า 3% ซึ่งน่าจะดีกว่าผลตอบแทนจากการนำเงินไปฝากธนาคาร และดีกว่าการลงทุนในตราสารหนี้

นายกสมาคม บลจ.มองว่า สถานการณ์การเมืองในปีนี้คงไม่รุนแรงเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งน่าจะส่งผลให้สถานการณ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยปีนี้ยังไปได้ดี เพราะคาดว่าบริษัทจดทะเบียนน่าจะมีอัตรากำไรที่ 10-15% ขณะที่ค่า P/E ของตลาดหุ้นไทยยังไม่สูงมาก เพียงแต่ต้องเลือกการลงทุนในหุ้นกลุ่มปันผล เพราะแม้ราคาหุ้นจะปรับลดลง แต่การปันผลยังอยู่ในอัตราที่ดี และผลประกอบการก็ยังดีอยู่

"การเมืองเป็นปัจจัยข่าวลบมากที่สุดในปัจจุบัน แต่เศรษฐกิจตอนนี้ดีขึ้นแล้ว พ้นปากเหวทั้งไทยและเอเชีย การท่องเที่ยวกลับมาเหมือนเดิมหรืออาจมากกว่า ทุกภาคธุรกิจอยากให้เศรษฐกิจไปได้โดยไม่ได้รับผลกระทบจากการเมืองเลย"

ส่วนแนวโน้มการลงทุนปีนี้ของอุตสาหกรรมจัดการกองทุน ยังประเมินได้ยาก เพราะถ้าหากธนาคารพาณิชย์พร้อมจะปล่อยสินเชื่อเพิ่มมากขึ้น ก็ทำให้ต้องระดมเงินฝากมากขึ้นโดยการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งหากธนาคารพาณิชย์ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ก็อาจส่งผลให้อุตสาหกรรมจัดการกองทุนมีผลตอบแทนสู้กับธนาคารพาณิชย์ไม่ได้ ทำให้นักลงทุนจะหันไปฝากเงินกับธนาคารแทน

นางวรวรรณ กล่าวด้วยว่า ในปี 52 อุตสาหกรรมจัดการกองทุนมีมูลค่ารวม 2.58 ล้านล้านบาท เติบโต 19.26% มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของกองทุนรวมโต 20.88% กองทุนสำรองเลี้ยงชีพโต 10.52% และกองทุนส่วนบุคคลโต 28.66%

ส่วนกองทุนรวม ณ วันที่ 31 ต.ค.52 มีเม็ดเงินใหม่ตั้งแต่ต้นปี 52 เข้าสู่ธุรกิจประมาณ 1.5 แสนล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในตราสารหนี้ต่างประเทศ, กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ และกองทุนรวมหุ้นระยะยาว

ขณะที่กองทุนรวมตราสารแห่งทุนติดลบ และเชื่อว่าจนถึงสิ้นปี 52 ก็ยังคงติดลบ ส่งผลให้มูลค่าทรัพย์สินสุทธิของธุรกิจกองทุนรวมอยู่ที่ 1.78 ล้านล้านบาท โดยมีจำนวนผู้ลงทุนราว 2.2 ล้านคน

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน