posttoday
บลจ.กสิกรออก2กองตราสารหนี้ชู2.25-2.5%

บลจ.กสิกรออก2กองตราสารหนี้ชู2.25-2.5%

28 กุมภาพันธ์ 2554

บลจ.กสิกรไทย เร่งออก 2 กองทุนตราสารหนี้ลงทุน 3-6 เดือน ดึงพันธบัตรผสมเงินฝากประจำธนาคารไทยและอาหรับเอมิเตรส์ ผลตอบแทน 2.25-2.50%

บลจ.กสิกรไทย เร่งออก 2 กองทุนตราสารหนี้ลงทุน 3-6 เดือน ดึงพันธบัตรผสมเงินฝากประจำธนาคารไทยและอาหรับเอมิเตรส์ ผลตอบแทน 2.25-2.50%

นายพัชร สมะลาภา กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กสิกรไทย เปิดเผยว่า การตอบรับกองทุนตราสารหนี้ประเภทกำหนดอายุโครงการทั้ง 3 เดือน 6 เดือน และ 1 ปี ทั้ง 9 กองทุนที่บริษัทเปิดขายต่อเนื่องมาตั้งแต่ต้นปี มีมูลค่าเงินลงทุนเข้ามากว่า 50,000 ล้านบาท สะท้อนถึงความต้องการของผู้ลงทุนที่ยังต้องการทางเลือกในการลงทุนที่ให้โอกาสรับผลตอบแทนน่าสนใจกว่าเงินฝาก บริษัทจึงเตรียมเสนอขายกองทุนตลอดเดือนมี.ค.นี้

กองทุนเปิดเค    ตราสารหนี้ 3 เดือน เอ็น (KFI3MN) ประมาณการผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.25% ต่อปี ขนาดกองทุน 5,000 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุนประมาณ 3 เดือน และกองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ 6 เดือน ดับเบิ้ลยู (KFI6MW) ซึ่งให้โอกาสรับผลตอบแทนหลังหักค่าใช้จ่ายกองทุนที่ 2.50% ต่อปี ขนาดกองทุน 10,000 ล้านบาท ระยะเวลาลงทุน 6 เดือน  โดยจะเสนอขายพร้อมกันในวันที่ 1-7 มี.ค.2554 ลงทุน 10,000 บาท

นโยบายการลงทุนยังคงเน้นการลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยหรือพันธบัตรของธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นหลักและเพิ่มการลงทุนในเงินฝากประจำของธนาคารออมสินหรือธนาคารกสิกรไทย  พร้อมทั้งเงินฝากประจำของธนาคาร Union National Bank หรือธนาคาร Emirates NBD ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เข้าไป เพื่อให้ผู้ลงทุนมีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่น่าสนใจกว่าการลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐเพียงอย่างเดียว

สำหรับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางต่อการลงทุนในตราสารหนี้ของธนาคารใน  สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ นายพัชรกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศดังกล่าวยังไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น และเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางซึ่งมีเหตุการณ์จลาจลอยู่ ประชาชนในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์มีฐานะค่อนข้างดี ทำให้ไม่มีปัญหาเรื่องช่องว่างระหว่างฐานะทางการเงินซึ่งจะเป็นชนวนให้เกิดปัญหาความขัดแย้งได้  จึงน่าจะไม่มีผลกระทบใดๆ ต่อการลงทุนของกองทุนตราสารหนี้ของ บลจ. กสิกรไทยที่ลงทุนในเงินฝากของธนาคารในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ 

“บลจ. กสิกรไทย ยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกลงทุนในตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ซึ่งเรามองว่า อัตราดอกเบี้ยเงินฝากของธนาคารใน UAE ในขณะนี้ยังอยู่ในอัตราที่น่าสนใจ  ด้านอันดับความน่าเชื่อถือ  ทั้งธนาคาร Union National Bank และธนาคาร Emirates NBD  ซึ่งเรามีแผนจะเข้าไปลงทุน ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจาก FITCH ที่ระดับ A+ 1 นอกจากนี้ กองทุนยังป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนสำหรับเงินลงทุนในต่างประเทศไว้แล้วเต็มจำนวน” นายพัชร กล่าว

สำหรับธนาคาร Union National Bank เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่อันดับ 7 ของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยมีรัฐบาลอาบูดาบีเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ประมาณ 50% และรัฐบาลดูไบถือหุ้นอยู่ 10% ด้านธนาคาร Emirates NBD เป็นธนาคารพาณิชย์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ซึ่งประกอบธุรกิจอย่างกว้างขวางในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ซาอุดีอาระเบีย และกาตาร์ ทั้งยังมีสาขาในต่างประเทศมากมาย อาทิ อินเดีย อิหร่าน และสิงคโปร์

ข่าวล่าสุด

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย

รักชนกชี้ปมเงินบริจาคสุชาดา ไม่ควรนำไปสู่การยุบภูมิใจไทย