
สมอ.บุกจับเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน
สมอ.บุกจับแหล่งกระจายเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน พบของกลางเหล็ก 1 แสนเส้น มูลค่ารวม 12.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่กระจายไปยังภาคเหนือและอีสาน
สมอ.บุกจับแหล่งกระจายเหล็กเส้นไม่ได้มาตรฐาน พบของกลางเหล็ก 1 แสนเส้น มูลค่ารวม 12.5 ล้านบาท ส่วนใหญ่กระจายไปยังภาคเหนือและอีสาน
นายชัยยง กฤตผลชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 25 ก.พ.2554 สมอ.ได้ส่งเจ้าหน้าที่ไปจับกุมบริษัทมหากิจสตีล ผู้จำหน่ายเหล็กเส้น และเหล็กโครงสร้างรูปภัณฑ์ รายใหญ่ของไทย ที่จังหวัดสมุทรปราการ เนื่องจากตรวจพบว่าบริษัทแห่งนี้เป็นแหล่งกระจายเหล็กเส้นและเหล็กรูปภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐานไปยังต่างจังหวัด ซึ่งจากการตรวจพบมีเหล็กเส้นกลมประมาณ 1 แสนเส้น น้ำหนักรวม 463 ตัน มูลค่ารวม 12.5 ล้านบาท แบ่งเป็นเหล็กเส้น 9.9 หมื่นเส้น และเหล็กรูปภัณฑ์ตัวซี 1.1 เส้น
ทั้งนี้ ของกลางทั้งหมดจะถูกอายัดไว้ในสถานที่ของบริษัทดังกล่าว โดยห้ามเคลื่อนย้าย และจะถูกนำไปทำลายต่อไป ซึ่งโทษของการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ตามที่กำหนดให้เป็นมาตรฐานบังคับ จะมีโทษปรับจำนวน 5,000 – 5 หมื่นบาท จำคุก 1 เดือน หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงบริษัทดังกล่าวจะถูกขึ้นบัญชีที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการดำเนินการอีก
“การตรวจพบในครั้งนี้ได้เบาะแสมาจากต่างจังหวัด แล้วจึงมาพบแห่งกระจายสินค้าในกรุงเทพฯ โดยส่วนใหญ่สินค้าจะถูกกระจายไปยังภาคอีสานกับภาคเหนือ โดยในภาคเหนือได้ส่งทีมไปจับที่จังหวัดแพร่พบเหล็กไม่ได้มาตรฐานกว่าหมื่นเส้น ส่วนที่จังหวัดเชียงใหม่พบเหล็กกว่า 3 หมื่นเส้น” นายชัยยง กล่าว
สำหรับมาตรการคุมเข้มสินค้าที่ผลิตไม่ได้ตามมาตรฐานบังคับ ทางสมอ.พยายามที่จะเข้าไปตรวจสอบโรงงานแหล่งผลิต แต่ทำได้ยาก เพราะโรงงานส่วนใหญ่ลักลอบผลิตสินค้าตอนกลางคืน และส่งของออกไปเลย ซึ่งขณะนี้มีโรงรีดเหล็กอยู่ 1 ราย ที่สมอ.ได้ส่งเรื่องให้ทางกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้าดำเนินการแล้ว เพราะถือเป็นผู้ผลิตโดยตรง และตามพ.ร.บ.มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม พ.ศ. 25511 การลักลอบผลิตสินค้าไม่ได้ตามมาตรฐานบังคับ จะเข้าข่ายคดีพิเศษด้วย ซึ่งกรณีดังกล่าวหากศาลตัดสินว่ามีความผิด โรงงานดังกล่าวอาจถูสั่งปิดกิจการ หรือระงับชั่วคราวได้ ตามพ.ร.บ.กรมโรงงานอุตสาหกรรม
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่มสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานลักลอบขนเข้ามาตามชายแดน รวมถึงกลุ่มที่สั่งซื้อทางอิเตอร์เน็ตก็มีจำนวนมาก ทำให้ตรวจจับยากยิ่งขึ้น เพราะเป็นการสั่งซื้อและส่งของตรงถึงมือผู้ซื้อเลย ส่วนที่จับได้จะเป็นกลุ่มที่สั่งเข้ามาขายต่อ ทั้งนี้สถิติการจับกุมในปีที่ผ่านจับไปแล้วไม่ต่ำกว่า 3,000 ตัน มูลค่า 81 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือและภาคอีสาน
“ผู้บริโภคเองก็ยังมีความตื่นตัวเรื่องการใช้สินค้ามาตรฐานในระดับต่ำ เน้นการเลือกซื้อที่ราคามากกว่าคุณภาพสินค้า ซึ่งก็ถือเป็นพฤติกรรมทั่วไป แต่ต้องใส่ใจด้วยว่าสินค้าที่ซื้อไปเป็นอันตรายต่อผู้ใช้หรือไม่ ซึ่งสมอ.เองก็ไม่ได้ทำแต่เหล็ก เราก็เข้าไปคุมเข้มในทุกเรื่อง เช่น กลุ่มของเล่น ถังก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ที่ติดในรถยนต์ เป็นต้น” นายชัยยง กล่าว
นายชัยยง กล่าวว่า ในปีนี้ สมอ.เตรียมจะออกมาตรฐานบังคับเพิ่มเติมอีก ได้แก่ 1. สีย้อมผ้า เนื่องจากที่ผ่านมามีการเอาโลหะหนักที่เป็นอันตรายไปผสมในสีย้อมผ้า ทำให้ผู้สวมใส่ดูดสารพิษเข้ารางกาย และเมื่อนำไปทิ้งก็จะเป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อม 2. เหล็กชุบสังกะสีด้วยวิธีจุ่มร้อน หรือสังกะสีมุงหลังคา โดยมาตรฐานนี้ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (กมอ.) ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานแล้ว
รวมทั้งสมอ.จะพิจารณามาจัดทำมาตรฐานที่ทางสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เสนอมาจำนวน 26 รายการ เข้าพิจารณาในการประชุมกมอ. ครั้งหน้าในวันที่ 9 มี.คง 2554 ด้วย และเตรียมจะผลักดันมาตรฐานบังคับสำหรับยางล้อ มาตรฐานรถยนต์ยูโร 4 เรื่องการปล่อยไปเสีย







