posttoday
แท็กซี่ไทยหนี้ท่วมหัว

แท็กซี่ไทยหนี้ท่วมหัว

24 กุมภาพันธ์ 2554

แท็กซี่ไทยเฉลี่ยมีหนี้ 1.48 แสนบาทต่อครัวเรือน เป็นทั้งหนี้นอกระบบและในระบบ โดยส่วนใหญ่ไม่ข้าร่วมโครงการแก้ไขหนี้ของรัฐบาล วอนรัฐบาลดูแลค่าครองชีพ และตรึงราคาแอลพีจีต่อไป

แท็กซี่ไทยเฉลี่ยมีหนี้ 1.48 แสนบาทต่อครัวเรือน เป็นทั้งหนี้นอกระบบและในระบบ โดยส่วนใหญ่ไม่ข้าร่วมโครงการแก้ไขหนี้ของรัฐบาล วอนรัฐบาลดูแลค่าครองชีพ และตรึงราคาแอลพีจีต่อไป

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจผู้ขับแท็กซี่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เกี่ยวกับปัญหาหนี้ และความพึงพอใจต่อการให้ความช่วยเหลือของภาครัฐ จากกลุ่มตัวอย่างจำนวน1,176 ตัวอย่าง พบว่า ผู้ขับแท็กซี่ 85.2% มีหนี้ โดย 48.1% มีหนี้ทั้งในและนอกระบบ 26.9% มีเฉพาะหนี้นอกระบบ และ 25% มีเฉพาะหนี้ในระบบ โดยเฉลี่ยมีหนี้สินต่อครัวเรือนจำนวน 1.48 แสนบาท ผ่อนชำระ 7,557 บาทต่อเดือน แบ่งเป็นหนี้ในระบบ 57.5% ผ่อนชำระ 6,748 บาทต่อเดือน และหนี้นอกระบบ 42.5% ผ่อนชำระ 5,753 บาทต่อเดือน

วัตถุประสงค์ในการก่อหนี้ส่วนใหญ่ เพื่อใช้จ่ายทั่วไป ซื้อทรัพย์สิน (รถยนต์) ซื้อบ้าน และลงทุนทางการเกษตร และเมื่อเปรียบเทียบภาระหนี้ในปัจจุบันกับอดีตพบว่า 45.5% มีหนี้เพิ่มขึ้น และเมื่อเปรียบเทียบกับอีก 1 ปีข้างหน้า กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ 66.2%คาดว่าจะมีหนี้ลดลง

สำหรับการเข้าร่วมโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของรัฐบาล 84% ไม่เข้าร่วม เนื่องจากไม่ทราบรายละเอียด ไม่กล้าเข้าร่วมโครงการ และไม่เชื่อว่ารัฐบาลจะแก้ไขได้ ส่วนอีก 16% เข้าร่วมโครงการดังกล่าว แต่พบว่า 50.3% ยังไม่ได้รับการติดต่อหลังจากลงทะเบียนเสร็จ 36.2% มีการติดต่อบ้างแล้ว 8.1% ได้รับเงินกู้จากสถาบันการเงินใช้หนี้นอกระบบแล้ว และ 5.4% มีการติดต่อให้เข้าเจรจากับเจ้าหนี้แล้ว ซึ่งในกลุ่มที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่ 50% ยังคงคิดว่าปัญหาหนี้ยังคงแก้ไขได้น้อย

ทั้งนี้ สิ่งที่ผู้ขับแท็กซี่ต้องการให้รัฐบาลทำเพื่อแก้ไขหนี้นอกระบบให้สำเร็จ คือ รัฐบาลต้องลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง ต้องจัดการอย่างรวดเร็ว เพิ่มงบประมาณในการช่วยเหลือในส่วนนี้ และสร้างรายได้ให้กับประชาชน โดยผ้ขับแท็กซี่ให้คะแนนความพึงพอใจต่อมาตรการสินเชื่อพิเศษแก่แท็กซี่ 7.7 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 

ด้านทัศนะต่อรายได้และรายจ่ายในปัจจุบันและอนาคต พบว่า รายได้ในปี 2554 เมื่อเทียบกับปีก่อน 38% บอกว่าเพิ่มขึ้น ขณะที่รายจ่าย 68.7% ก็ตอบว่าเพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน โดยรายจ่ายของแท็กซี่จะแบ่งออกเป็นค่าเช่นรถ 569 บาท/วัน ค่าใช้จ่าย 413 บาท/วัน ค่าก๊าซ/น้ำมัน 504 บาทต่อวัน และค่าปรับ 436 บาท/ครั้ง

ขณะที่มาตรการตรึงราคาก๊าซหุงต้มสำหรับภาคขนส่ง (แอลพีจี) ส่วนใหญ่ต้องการให้ตรึงราคาต่อไป เพราะเป็นมาตรการที่ได้รับประโยชน์มาก และคิดว่าหากมีการปรับขึ้นราคาผู้ขับแท็กซี่จะไม่สามารถปรับตัวได้

นายธนวรรธน์ กล่าวว่า จากการสอบถามครั้งนี้ พบว่า สถานภาพของผู้ขับขี่รถแท็กซี่ยังดีอยู่ เพราะมีเงินออม แต่ปัจจุบัน เงินออมลดลงแล้ว จากการที่ค่าครองชีพสูงขึ้น ดังนั้น การที่รัฐบาลต่ออายุมาตรการลดค่าครองชีพต่างๆ และตรึงราคาก๊าซแอลพีจีต่อไป จึงเป็นเรื่องที่เหมาะสม และเศรษฐกิจยังรับได้อยู่ แต่หากพ้นกำหนดตรึงราคาไปแล้ว รัฐบาลจำเป็นต้องปล่อยให้ราคาแอลพีจีเป็นไปตามกลไกตลาด เพื่อรัฐจะได้ไม่มีภาระจ่ายชดเชยมากเกินไป ที่สำคัญต้องทำให้ประชาชนรับรู้ถึงราคาแอลพีจีที่สูงขึ้น เพื่อจะได้ประหยัด

สำหรับเศรษฐกิจไทย และเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไปนั้น ต้องจับตาการประท้วงขับไล่ผู้นำของประเทศลิเบีย ที่หากยืดเยื้อไปอีก 2 เดือน และหากขยายวงกว้างไปถึงซาอุดิอาระเบีย อาจทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกเกิน 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากปัจจุบันที่ใกล้เคียง 100 เหรียญฯ ซึ่งจะมีผลให้เศรษฐกิจโลกซึมตัว เพราะผู้บริโภคจะชะลอการจับจ่ายใช้สอย ชะลอการนำเข้า และส่งผลต่อเนื่องให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยชะลอลงและอาจต่ำกว่า 4%  เพราะได้รับผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลง

ดังนั้น รัฐบาลต้องใช้นโยบายขับเคลื่อนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะเร่งรัดการใช้งบประมาณ และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ขึ้นดอกเบี้ยนโยบายอีก 0.25% ในเดือนมี.ค. อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ยังคาดว่า เศรษฐกิจไทยปีนี้ยังขยายตัวได้ที่ 4.5%

 

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน