
เคจีไอแจกปันผลหรูเฉียด 12%
บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ(ประเทศไทย) หรือ KGI โชว์กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 211%ในปี2553 และแจกเงินปันผลหุ้นละ 33 สตางค์ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนสูงถึงประมาณ 11-12%
บริษัทหลักทรัพย์เคจีไอ(ประเทศไทย) หรือ KGI โชว์กำไรสุทธิพุ่งขึ้น 211%ในปี2553 และแจกเงินปันผลหุ้นละ 33 สตางค์ คิดเป็นอัตราผลตอบแทนสูงถึงประมาณ 11-12%
น.ส.บี เล็ง ออย กรรมการผู้จัดการ KGI เปิดเผยว่า ในปี2553 บริษัทมีกำไรสุทธิ 752.47 ล้านบาท หรือเท่ากับ 038 บาทต่อหุ้น เพิ่มขึ้น 211% เมื่อเปรียบเทียบกับปี2552 ที่มีกำไรสุทธิ 242.34 ล้านบาท หรือ 0.12 บาทต่อหุ้น
สาเหตุสำค้ญที่ทำให้มีกำไรดีขึ้นเนื่องจากธุรกิจของเคจีไอดีขึ้นทุกประเภท โดยในปี2553 มีรายได้ค่านายหน้าจากการซื้อขายหลักทรัพย์ 838 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง571 ล้านบาทหรือคิดเป็น47 %เนื่องจากมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นจาก 3.88% (อันดับที่ 9) ในปี 2552 เป็น 4.65% (อันดับที่ 4) ในปี2553
นอกจากนั้น ยังมีกำไรจากการซื้อขายหลักทรัพย์และตราสารอนุพันธ์อีก 948 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้นจากปีก่อน ถึง 220% และมีรายได้ค่าธรรมเนียมและค่าบริการจากธุรกรรมต่างๆ อีก 220 ล้านบาทด้วย
ดังนั้นคณะกรรมการบริษัทจึงมีมติแจกเงินปันผลหุ้นละ 0.33 บาทคิดเป็นสัดส่วน82% ของกำไรสุทธิ2553 ให้แก่ผู้ถือหุ้นที่มีชื่อในวันที่ 11 มี.ค.และกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 26 เม.ย. 2554 ทั้งนี้เงินปันผลคิดเป็นอัตราผลตอบแทนประมาณ 11-12%
เคจีไอ ถือว่าเป็นโบรกเกอร์ที่มีความแข็งแกร่ง ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้นำในการพัฒนานวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ เช่น เป็นผู้บุกเบิกการทำธุรกรรมซื้อคืนตราสารหนี้ภาคเอกชน (Private Repo) เป็นบริษัทหลักทรัพย์แห่งแรกในไทยที่ให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) ให้บริการอนุพันธ์นอกตลาด (OTC Equity Derivatives) และเสนอขายใบสำคัญแสดงสิทธิอนุพันธ์ (DW) รวมทั้งเป็นผู้ดูแลสภาพคล่องของ Equity ETF กองแรกของไทย (TDEX) นอกจากนี้ ยังมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม วรรณ ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 98% ให้บริการด้านการจัดการกองทุนรวมที่ครบวงจรอีกด้วย
อย่างไรก็ตามราคาหุ้น KGI ในวันที่ 24 ก.พ.กลับอ่อนตัวลง0.02 บาทซื้อขายบริเวณ 2.90 บาทหลังจากราคาหุ้นทะยานแรงก่อนหน้านี้







