
ไทยฟื้นเอฟทีเอกับ‘บิมสเทค’
โพสต์ทูเดย์ — “อลงกรณ์” หนุนเปิดเอฟทีเอกลุ่มบิมสเทค เล็งเปิดเส้นทางโลจิสติกส์เชื่อมไทยกับเอเชียใต้ พร้อมเร่งเปิดเสรีการค้าให้ได้ข้อยุติในปีนี้
นายอลงกรณ์ พลบุตร รมช.พาณิชย์ กล่าวในการเปิดงานสัมมนาบิมสเทค ฟอรัม ว่า ไทยสนับสนุนการเปิดการค้าเสรีในกลุ่มความร่วมมือบิมสเทค เพราะสอดคล้องกับนโยบายของไทยในการส่งเสริมนโยบาย 3 วงแหวน 5 ประตูการค้า ที่เน้นการเชื่อมโยงการค้า การขนส่ง ระหว่างภาคตะวันตกของไทยกับภาคตะวันออกของประเทศกลุ่มบิมสเทคที่ส่วนใหญ่อยู่ในเอเชียใต้ ได้แก่ พม่า บังกลาเทศ อินเดีย ศรีลังกา เนปาล และภูฏาน
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาได้มีการเชื่อมเส้นทางโลจิสติกส์ในกลุ่มบิมสเทคแล้ว โดยมีเส้นทางเชื่อมโยงอินเดีย พม่า ไทย ที่เป็นส่วนหนึ่งของเอเชียน ไฮเวย์ ซึ่งเป็นการพัฒนาระบบขนส่งที่มีความต่อเนื่องระหว่างสองภูมิภาค โดยเฉพาะระบบคมนาคมทางถนนระหว่างอินเดียบังกลาเทศพม่าและไทย ที่จะมีส่วนทำให้การขนส่งสินค้าภายในกลุ่มบิมสเทคมีความสะดวก คล่องตัว และรวดเร็วขึ้น
สำหรับการประชุมคณะกรรมการเจรจาการค้าบิมสเทคที่ว่างเว้นการเจรจามาเกือบ 2 ปีนั้น ไทยได้ผลักดันให้ประเทศสมาชิกเร่งสรุปผลการเจรจาจัดทำความตกลงการค้าสินค้าภายใต้กรอบเอฟทีเอไทยบิมสเทค ภายในปีนี้ และให้มีการเริ่มลดภาษีกลุ่มแรกระหว่างกันเร็วที่สุดในเดือน ก.ค. 2555 เพื่อใช้เอฟทีเอเป็นกลไกขับเคลื่อนสำคัญในการเข้าสู่ตลาดเอเชียใตช่วยให้กิจกรรมทางการค้า และการลงทุนในภูมิภาค ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ้
นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมเจรจาการค้าระหว่างประเทศ กล่าวว่าแม้ประเทศสมาชิกบิมสเทคจะสามารถหาข้อสรุปแนวทางการเปิดเสรีการค้าสินค้าระหว่างกันได้ตั้งแต่การประชุมครั้งที่ 18 เมื่อเดือน มิ.ย. 2552 ที่ จ.ภูเก็ต แต่การเจรจาได้เว้นช่วงมานานเกือบ 2 ปี ทำให้การจัดทำความตกลงการค้าสินค้าภายใต้กรอบยังไม่เสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากรอให้ประเทศสมาชิกยื่นตารางข้อผูกพันภาษีศุลกากร ในรายการสินค้าที่แต่ละประเทศต้องการเสนอเปิดตลาดให้ประเทศสมาชิก ไทยจึงได้เสนอเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมครั้งที่ 19 และจะใช้โอกาสนี้ผลักดันประเด็นต่างๆ ให้คืบหน้า โดยกำหนดให้การจัดทำความตกลงการค้าสินค้าฉบับสมบูรณ์ ซึ่งรวมถึงเอกสารภาคผนวกต่างๆทั้งเรื่องกฎถิ่นกำเนิดสินค้า ระเบียบพิธีปฏิบัติด้านศุลกากร ตารางข้อผูกพันด้านภาษีของประเทศสมาชิก และความตกลงกลไกระงับข้อพิพาท ให้เสร็จสิ้น ภายในเดือนก.ค.2554 เพื่อให้ประเทศสมาชิกสามารถลงนามความตกลงการค้าสินค้า และเอกสารต่างๆ ในการประชุมรัฐมนตรีเศรษฐกิจการค้าบิมสเทค ครั้งที่ 5 ที่บังกลาเทศจะเป็นเจ้าภาพจัดขึ้นในเดือนธ.ค.2554 และคาดว่าประเทศสมาชิกจะสามารถลดภาษีสินค้ากลุ่มแรกระหว่างกันได้โดยเร็วที่สุด ในเดือนก.ค.2555
การค้าระหว่างไทยกับกลุ่มบิมสเทคปี 2553 มีมูลค่ารวม 1.3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 25.01% จากปีก่อน ไทยส่งออกไปบิมสเทค มูลค่า 7,836 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 35.03% และไทยนำเข้าจากบิมสเทค 5,174 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 12.39% ไทยได้เปรียบดุลการค้า 2,662 ล้านเหรียญสหรัฐคู่ค้าสำคัญของไทยในกลุ่มบิมสเทค ได้แก่ อินเดีย พม่า บังกลาเทศ ศรีลังกา เนปาล และภูฏาน







