posttoday
MFECควบ3ไอทีหนุนรายได้พุ่ง20%

MFECควบ3ไอทีหนุนรายได้พุ่ง20%

24 กุมภาพันธ์ 2554

 ประเมินกำไรเติบโตเกือบ3เท่า จ่อโรดโชว์หลังหุ้นขนาดใหญ่ขึ้น

โพสต์ทูเดย์ — MFEC เผยหลังควบรวมกิจการ 3 บริษัทไอที หนุนรายได้ปีแรกพุ่ง 20% กำไรโตเกือบ 3 เท่า บล.ทิสโก้ ชี้มาร์เก็ตแคปพุ่งแตะ 2,3002,400 ล้าน เตรียมโรดโชว์หุ้น

นายศิริวัฒน์ วงศ์จารุกร กรรม การผู้จัดการใหญ่ บริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี (MFEC) เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการบริษัทมีมติให้บริษัทควบรวมกิจการกับ 3 บริษัทผู้ประกอบการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ประกอบด้วยบริษัท ซอฟต์สแควร์ กรุ๊ป บริษัท บิสซิเนส แอพพลิเคชั่น และบริษัท โมทีฟ เทคโนโลยี คาดว่าจะทำให้รายได้หลังควบรวมในปีแรกขยายตัวได้ 20% หรืออยู่ที่ 3,500 ล้านบาท ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นคงจะปรับตัวดีขึ้นในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ คาดว่าหลังจากควบรวมกิจการเสร็จเรียบร้อยแล้ว จะทำให้การดำเนินธุรกิจในอนาคตมีศักยภาพที่แข็งแกร่งมากขึ้น ส่วนการดำเนินธุรกิจของทั้งสามบริษัทยังคงเป็นไปตามปกติ โดยไม่มีการปลดพนักงาน แต่จะช่วยกันทำงานให้มีศักยภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจไอทีและแข่งขันกับผู้ประกอบการในภูมิภาคอาเซียนได้

“บริษัทซอฟต์สแควร์กรุ๊ป ให้บริการด้านการจัดหาและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์เทคโนโลยีสารสนเทศ มีลูกค้าภาครัฐและเอกชนกว่า 300 รายทั้งในและต่างประเทศและยังเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผลิตโปรแกรมเมอร์เข้าสู่ตลาดไอทีไทยมากกว่า 2,000 คน ซึ่งถือว่ามีบทบาทสำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานที่มีปัญหาอยู่ทั่วโลก” นายศิริวัฒน์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม บริษัทคาดว่าหลังควบรวมกิจการแล้วบริษัทจะมีกำไรเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า หรืออยู่ที่ 200210 ล้านบาท ส่วนปี 2553 บริษัทมีกำไร 6070 ล้านบาท

สำหรับสิ้นปี 2553 บริษัทมีงานในมือจำนวน 2,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 1,800 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะทยอยรับรู้รายได้ในปีถัดไปและในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้บริษัทเตรียมเข้าประมูลงานใหม่ 1,200 ล้านบาท แบ่งเป็นงานรัฐวิสาหกิจ 800900 ล้านบาท และงานเอกชน 300 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะได้รับงานดังกล่าวในสัดส่วน 700800 ล้านบาทจากมูลค่างานรวมทั้งหมด สำหรับสัดส่วนลูกค้าหลักของบริษัทเป็นกลุ่มสื่อสาร 35% ธนาคาร 20% ภาครัฐ 25% และที่เหลือมาจากอื่นๆ

นายศิริวัฒน์ กล่าวอีกว่า บริษัทซอฟต์ สแควร์ กรุ๊ป เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการด้านการจัดหาและติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยีสารสนเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้กับองค์กรชั้นนำมานานกว่า 23 ปี มีลูกค้าทั้งในภาครัฐและเอกชนกว่า 300 ราย ทั้งในและต่างประเทศ ประการสำคัญ บริษัท ซอฟต์สแควร์ กรุ๊ป ยังเป็นผู้พัฒนาซอฟต์แวร์ (ซอฟต์แวร์เฮ้าส์) ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ผลิตโปรแกรมเมอร์ป้อนเข้าสู่ตลาดไอทีไทยมากกว่า 2,000 คน ถือว่ามีบทบาทที่สำคัญในการแก้ปัญหาการขาดแคลนแรงงานด้านนี้ที่เป็นปัญหาอยู่ทั่วโลกและจะรุนแรงมากขึ้นในอนาคตอย่างแน่นอน

ส่วนบริษัท บิสซิเนส แอพพลิเคชั่น จำกัด หรือ BAC เป็นผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการบริหารมานานกว่า 16 ปี และได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่ายของ IBM อย่างเป็นทางกา ร โดยปัจจุบัน BAC ถือเป็นผู้ประกอบการอันดับหนึ่งในประเทศไทย และภูมิภาคอาเซียนในฐานะผู้ให้บริการเทคโนโลยี Cognos Business Intelligence Software ประกอบด้วยทีมงานกว่า 100 คนที่มีประสบการณ์ความรู้ความเข้าใจในเทคโนโลยีเฉพาะทางนี้เป็นอย่างดี โดยมีลูกค้าที่เป็นผู้ประกอบการรายใหญ่กว่า 200 รายในเกือบทุกภาคอุตสาหกรรม โดยแบ่งเป็นองค์กรภาครัฐจำนวน 70 ราย และเอกชนจำนวน 150 ราย

ด้านบริษัท โมทีฟ เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทไทยแท้ผู้วิจัยและพัฒนาซอฟต์แวร์ ทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทคนไทยเอง ที่ใช้ในระบบงานโอเปอเรชั่นของสถาบันการเงินการธนาคาร งานกฎหมาย การบริหารองค์กรภาครัฐ ดำเนินธุรกิจมานานกว่า 12 ปี มีวิศวกรทางด้านซอฟต์แวร์มากกว่า 100 คน และมีลูกค้าองค์กรขนาดใหญ่กว่า 20 แห่ง

ขณะเดียวกันความร่วมมือกับพันธมิตรทั้งหมดเกิดขึ้นหลังจากที่เราร่วมงานกันมานานกว่า 3 ปี ทำให้เห็นทิศทาง Synergy ที่ชัดเจน โดยหลังการควบรวมกิจการจะผลักดันให้ BAC เป็นผู้ให้บริการ IT Services ที่โดดเด่นในตลาดระดับภูมิภาคได้ทันที ในขณะที่ซอฟต์สแควร์ฯ จะมีศักยภาพสูงขึ้นในการที่จะพัฒนาบุคลากรด้านไอทีที่มีคุณภาพเข้าสู่ตลาดมากถึง 5,000 คนภายในเวลา 5 ปี

ส่วนโมทีฟ เทคโนโลยีฯ จะสามารถพัฒนาสินค้าที่เป็นซอฟต์แวร์และทรัพย์สินทางปัญญาสัญชาติไทยออกสู่ตลาดได้อย่างต่อเนื่อง โดย MFEC จะใช้ความแข็งแกร่งด้านการตลาด ที่มีทีมบุคลากรด้านการตลาดและการให้บริการที่มีคุณภาพ เข้ามาสนับสนุนด้านการขยายตลาด ซึ่งเชื่อว่าการผนึกกำลังกันในครั้งนี้จะทำให้บริษัทคนไทยมีศักยภาพ สามารถแข่งขันกับบริษัทไอทีข้ามชาติ โดยเราจะใช้ความเข้มแข็งและความเป็นผู้นำของตลาดในประเทศในการผลิตสินค้าและบริการ ทั้งนี้ MFEC GROUP วางเป้าหมายไว้อย่างชัดเจนว่าต้องการปรับปรุงและพัฒนาโครงสร้างและการบริหารองค์กรให้กลายเป็น “สถาบัน” ที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน เป็นผู้นำในการกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของประเทศไทยการสร้างงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูงในระดับท้องถิ่น และการกระจายรายได้ในประเทศเพื่อเป็นส่วนร่วมในการที่จะส่งเสริมให้ประเทศไทยก้าวสู่ยุคเศรษฐกิจ บริการเชิงสร้างสรรค์ หรือ Creative Service Economy ได้ และประการสำคัญจะช่วยส่งเสริมให้ตลาดซอฟต์แวร์เมืองไทยแข็งแกร่งขึ้น

ด้านนายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ หัวหน้าทีมวาณิชธนกิจ 2 บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินบริษัท เอ็ม เอฟ อี ซี กล่าวว่า ดีลการควบรวมกิจการระหว่าง MFEC กับ 3 บริษัทดังกล่าวจะเสร็จเรียบร้อยประมาณกลางปี 2554 ส่งผลให้มาร์เก็ตแคปของหุ้นเพิ่มขึ้นเป็น 2,3002,400 ล้านบาท จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,400 ล้านบาท

สำหรับสัดส่วนการถือหุ้นของ MFEC หลังควบรวมกิจการเสร็จแล้วสัดส่วน 37% จะถือโดยกลุ่มบริษัทที่บริษัทควบรวมกิจการ และน่าจะทำให้นักลงทุนสถาบันไทยสนใจหุ้น MFEC มากขึ้น เพราะมีมาร์เก็ตแคปใหญ่ รวมทั้งเดือน มี.ค.นี้ MFEC จะนำเสนอข้อมูลให้แก่นักลงทุน รวมทั้งโรดโชว์แนะนำบริษัทให้กับนักลงทุนสถาบันรู้จักมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน