
หุ้นไทยปึ้กเหนือภูมิภาค
ดัชนีบวก3.7จุด เครือปตท.กำไรดี บจ.เมินศึกอาหรับ
โพสต์ทูเดย์
— หุ้นไทยแกร่งเหนือภูมิภาคนักลงทุนเฮซื้อหุ้นน้ำมันปิโตรเคมีดันดัชนีอาหรับเดือดไม่กระทบ บจ.ไทย เครือPTT เชื่อไตรมาสแรกปีนี้กำไรดีตามน้ำมันดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ระดับ 990.91 จุด เพิ่มขึ้น 3.70 จุด หรือ 0.37% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 32,975ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขาย 78 ล้านบาท นักลงทุนสถาบันขาย 150 ล้านบาท รายย่อยซื้อ 56 ล้านบาท และพอร์ต บล. ซื้อ 172 ล้านบาท
นายพิชัย เลิศสุพงศ์กิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บล.ธนชาต กล่าวว่า หุ้นไทยแข็งแกร่งกว่าภูมิภาค เช่น ดัชนีตลาดหุ้นสิงคโปร์ ลดลง 17.27 จุด หรือ ลบ 0.57% ตลาดหุ้นฮ่องกง ปิดลดลง 83.91 จุด เพราะมีแรงซื้อหุ้นพลังงานและปิโตรเคมีเข้ามาหลังราคาน้ำมันพุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดรอบ 2 ปีครึ่ง และการที่หุ้นพลังงานและปิโตรมีน้ำหนักรวมกว่า 36% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ต แคป) จึงช่วยดันดัชนี
ทั้งนี้ หุ้น ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) ปิด 179.50 บาท เพิ่มขึ้น 5 บาท บริษัท ปตท. (PTT) ปิด 339 บาท เพิ่มขึ้น 6 บาท
ด้าน บล.โนมูระพัฒนสิน คาด บจ.ไทยไม่ได้รับผลกระทบจากการประท้วงรุนแรงในตะวันออกกลาง ทั้งนี้บริษัทที่มีการทำธุรกิจในตะวันออกกลาง เช่น บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร (CPF) ที่มีการส่งออกทางอ้อมผ่านบริษัทลูกในตุรกีส่งออกไปตะวันออกกลาง บริษัท ไทยยูเนียน โฟรเซ่น โปรดักส์ (TUF) บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) การบินไทย (THAI) ด้านบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ปตท. และ ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม เพราะดูปริมาณธุรกิจที่เกิดขึ้นไม่มากจึงไม่น่ากระทบ
นายพิชัย ชุณหวชิร กรรมการบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม PTTEP กล่าวว่า ในระยะ 10 ปีข้างหน้า หรือในปี 2563 บริษัทจะลงทุน 4.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1 ล้านล้านบาท เพื่อใช้ในการเพิ่มระดับปริมาณสำรองปิโตรเลียมให้อยู่ในระดับ 3,000 ล้านบาร์เรล และสร้างยอดขายที่ระดับ 9 แสนบาร์เรลต่อวัน โตอย่างมากจาก 2.5 แสนบาร์เรล ในปีนี้
“
แหล่งเงินลงทุนจะมีทั้งจากผลประกอบการ เงินปันผล และจะมีที่ขาด ประมาณ 12 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ อาจมาจากการเพิ่มทุน ซึ่งทาง ปตท.ก็ต้องร่วมกันคิดและตัดสินใจว่า หากเพิ่มทุนทาง ปตท. จะใส่เงินเพิ่มเพื่อรักษาสัดส่วนการถือหุ้นหรือไม่”สำหรับผลดำเนินงานไตรมาสแรกปี 2554 ของกลุ่ม ปตท. น่าจะออกมาดี ตามทิศทางราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้น
นายบวร วงศ์สินอุดม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.อะโรเมติกส์และการกลั่น (PTTAR) กล่าวว่า ผลประกอบการปีนี้จะออกมาดี เพราะแนวโน้มราคาน้ำมันดิบและสำเร็จรูปและราคาอะโรเมติกส์ปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่วนราคาผลิตภัณฑ์ (สเปรดสูงกว่า 430 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล และค่าการกลั่นก็อยู่ที่ 5 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรลส่วนกรณีที่เกิดขึ้นในประเทศลิเบียจนทำให้ราคาน้ำมันดีดขึ้นเร็ว น่าจะเกิดขึ้นเพียงระยะสั้นเท่านั้นอย่าไปตกใจมาก







