
บีโอไอเร่งหาแนวทางส่งเสริมอุตฯสุขภาพ
บอร์ดบีโอไอสั่งหารือร่วมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกันหาแนวทางการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพอย่างเหมาะสมคาดใช้เวลา 5-6 เดือนกำหนดกรอบ
บอร์ดบีโอไอสั่งหารือร่วมคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ ร่วมกันหาแนวทางการส่งเสริมการลงทุนอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพอย่างเหมาะสมคาดใช้เวลา 5-6 เดือนกำหนดกรอบ
นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ผู้ช่วยรมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ที่มีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ได้มอบหมายให้บีโอไอไปหารือร่วมกับคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ เรื่องการกำหนดสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมเพื่อสุขภาพ และอุตสาหกรรมด้านการรักษาพยาบาล โดยให้ทั้ง 2 ฝ่ายร่วมกันตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เพื่อหาแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าวร่วมกัน โดยคาดว่าจะใช้เวลายกร่างประมาณ 1 เดือน
รวมถึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อรับฟังข้อมูลจากหลายมิติ ซึ่งในส่วนนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 2-3 เดือน และรวบรวมผลักดันเป็นนโยบายให้ทางบีโอไอนำเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการบีโอไอพิจารณาก่อน และนำเสนอต่อบอร์ดบีโอไอพิจารณาต่อไป โดยรวมน่าจะใช้เวลาประมาณ 5-6 เดือน
ทั้งนี้ จากการหารือกันเบื้องต้นพบว่ายังมีความเห็นแตกต่างกันอยู่หลายเรื่อง โดยหลายฝ่ายเห็นว่าไม่ควรเข้าไปส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมประเภทนี้แก่เอกชน ควรเป็นกิจการที่รัฐบาลต้องเป็นผู้รับผิดชอบ รวมถึงที่กังวลที่สุด คือ กลัวว่าบุคลากรทางการแพทย์ที่อยู่ในโรงพยาบาลรัฐ จะย้ายไปทำงานในโรงพยาบาลเอกชนหมด หากโรงพยาบาลเอกชนขยายตัวมากขึ้น
ขณะที่กลุ่มสมาคมโรงพยาบาลเอกชนต้องการให้มีการส่งเสริมการลงทุน เนื่องจากมองว่าธุรกิจนี้เป็นธุรกิจเดียวที่รัฐบาลทำธุรกิจแข่งขันด้วย ที่ผ่านมาเอกชนต้องพัฒนาตัวเองมาโดยตลอด ทั้งการนำเทคโนโลยีมาใช้ เพื่อให้ทันสมัยทัดเทียมกัน เพื่อความอยู่รอดของธุรกิจ และตอนนี้ต่างชาติเข้ามาใช้บริการด้านสุขภาพในเมืองไทยมาก จึงต้องการให้มีการส่งเสริมการลงทุน เพื่อส่งเสริมให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการแพทย์
"นโยบายนี้เป็นนโยบายที่ดี คาดว่าบีโอไอจะต้องเดินหน้าทำต่อไป แม้อาจจะไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้ เพราะจุดประสงค์ของการส่งเสริมการลงทุนคือต้องการให้โรงพยาบาลเอกชนขยายตัวออกไปในภูมิภาคมากขึ้น หรือในเขตที่ห่างไกลมากขึ้น เพื่อเป็นทางเลือกให้คนในต่างจัดหวัดได้รับการรักษาพยาบาลที่ดี ถ้าป่วยหนักก็ไม่ต้องส่งเข้ามารักษาในกรุงเทพฯ รวมถึงยังเปิดโอกาสให้มีการนำเข้าอุปกรณ์ทางการแพทย์เข้ามาอย่างสะดวกมากขึ้น ซึ่งในตอนนี้เอกชนยังไม่สามารถยื่นคำขอได้ เพราะยังไม่ได้เปิดประเภทกิจการ แต่ก็มีหลายรายสนใจที่จะยื่นคำขออยู่"นายพุทธิพงษ์ กล่าว
นายพุทธิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของกลุ่มอุตสาหกรรมการให้บริการเพื่อสุขภาพ เช่น สปา ศูนย์ฟื้นฟู สุขภาพ ศูนย์ดุแลผู้สูงอายุ ในเรื่องนี้ไม่น่าจะมีปัญหา แต่ส่วนที่ยังมีความเห็นแย้งอยู่คือส่วนเรื่องการรักษาพยาบาล ซึ่งหากเป็นไปได้ควรจะแยกออกจากกัน ส่วนไหนที่ดำเนินการก่อนได้ก็ทำไป ส่วนไหนต้องพิจารณาอย่างรอบคอบก็ต้องค่อยๆ ทำไป







