
รัฐบาลคิดใหญ่ดันอุตฯ ผู้นำสินค้าสวล.อาเซียน
โพสต์ทูเดย์
— ครม.เห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถอุตสาหกรรมไทยภายใต้ระเบียบ EU หวังยกระดับไทยเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมในอาเซียนนายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มขีดความสามารถอุตสาห กรรมไทยในการแข่งขันภายใต้กฎระเบียบของสหภาพยุโรป หรือ EU White Paper (ระยะที่ 2) มีระยะเวลาตั้งแต่ พ.ศ. 25552557 และได้อนุมัติกรอบงบประมาณในการดำเนินการระยะ 3 ปี จำนวน 368.34 ล้านบาท เพื่อผลักดันการปฏิบัติให้บรรลุผล
ครม.ต้องการให้หน่วยงานต่างๆ เดินหน้าแผนงานการพัฒนาให้สอดรับกับการปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมกฎระเบียบของประเทศคู่ค้า ประกอบกับกระแสความต้องการสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จึงควรสนับสนุนงบประมาณเพื่อการพัฒนาสินค้าที่อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
ขณะนี้ประเทศคู่แข่ง เช่น สิงคโปร์ และมาเลเซีย ต่างเร่งพัฒนาเพื่อยกระดับการผลิตให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ดังนั้น ประเทศไทยจึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินโครงการระยะที่ 2 เพื่อช่วงชิงโอกาสที่จะเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมในอาเซียน
“
เป้าหมายของรัฐบาลคือการมุ่งสู่การเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมในอาเซียน เพื่อเพิ่มโอกาสทางการค้าสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมในตลาดโลก ซึ่งมีมูลค่า 5.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2553 และคาดว่าจะเติบโตสูงถึง 3 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ ในปี พ.ศ. 2563 และนำไปสู่การเป็นเศรษฐกิจและสังคมคาร์บอนต่ำได้” นายวัชระ กล่าวทั้งนี้ กระทรวงอุตสาหกรรมได้ปรับระยะเวลาดำเนินการในระยะที่ 2 ช่วงปี พ.ศ. 25542555 และระยะที่ 3 ช่วง พ.ศ. 25562560 รวมเป็นระยะเดียวคือ โครงการระยะที่ 2 ในช่วง พ.ศ. 25552557 เพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางผลิตสินค้ารักษ์สิ่งแวดล้อมในอาเซียน
สำหรับกลยุทธ์การดำเนินงานระยะที่ 2 ได้แก่ การสร้างกระแสการตื่นตัวด้านสิ่งแวดล้อมทั้งภาครัฐ ผู้ประกอบการ และประชาชน การพัฒนาห้องปฏิบัติการทดสอบให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การพัฒนากฎระเบียบเพื่อปกป้อง ส่งเสริม และผลักดันให้เกิดการพัฒนาการผลิตที่สอดรับตามแนวโน้มของกระแสโลก รวมทั้งการส่งเสริมการนำวัสดุหมุนเวียนมาใช้ในผลิตภัณฑ์ใหม่







