posttoday
เอกชนวอนรัฐทบทวนลอยตัวแอลพีจีภาคอุตฯ

เอกชนวอนรัฐทบทวนลอยตัวแอลพีจีภาคอุตฯ

22 กุมภาพันธ์ 2554

เอกชนเตรียมส่งหนังสือถึงนายกฯ พิจารณาการปรับราคาแอลพีจีภาคอุตฯ ร้องช่วยดูแลอุตสาหกรรมเซรามิก แก้วและกระจก เพราะเป็นกลุ่มได้รับผลกระทบมากที่สุด

เอกชนเตรียมส่งหนังสือถึงนายกฯ พิจารณาการปรับราคาแอลพีจีภาคอุตฯ ร้องช่วยดูแลอุตสาหกรรมเซรามิก แก้วและกระจก เพราะเป็นกลุ่มได้รับผลกระทบมากที่สุด

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ส.อ.ท.จะทำหนังสือยื่นต่อนายอภิสิทธ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พิจารณาเรื่องการปรับลอยตัวราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ในภาคอุตสาหกรรม โดยต้องการให้คิดถึงอุตสาหกรรมเซรามิก และแก้วกระจก ที่ส่วนใหญ่ใช้แอลพีจี จากการสนับสนุนของรัฐบาลที่ต้องการให้ใช้แอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงในการผลิต และเป็นผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เป็นจำนวนมาก

ทั้งนี้ ต้องการให้รัฐบาลหามาตรการมาดูแลผู้ประกอบการ โดยหาพลังงานทดแทนชนิดอื่นที่มีราคาเท่ากันมาให้ผู้ประกอบการใช้ หรือมีมาตรการช่วยเหลือการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรมาสนับสนุน เป็นต้น

“กลุ่มผู้ประกอบการใน 2 อุตสาหกรรม เป็นกลุ่มที่ได้ รับผลกระทบมาก ใช้แอลพีจีเป็นเชื้อเพลิงในการผลิตเยอะ และคิดเป็นต้นทุนการผลิตกว่า 25-40% โดยส่วนใหญ่เป็นผู้ประกอบการเอสเอ็มอีเป็นจำนวนมาก รัฐบาลจึงต้องเข้ามาดูแล โดยจะส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้เร็วที่สุดให้ทันการประชุมกพช.” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

นายอำนาจ ยะโสธร เลขาธิการกลุ่มอุตสาหกรรมเซรามิก สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ดูเหมือนรัฐบาลจะรีบเร่งพิจารณามากเกินไป เพราะก่อนหน้านี้ได้ส.อ.ท.ได้หารือร่วมกับกระทรวงพลังงานว่าจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่างสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) และตัวแทนจากภาคเอกชน เพื่อศึกษาผลกระทบและร่วมกันหามาตรการสนับสนุน แต่ตอนนี้ยังไม่ได้เริ่มต้นตั้งคณะทำงานเลย

ทั้งนี้ เอกชนจึงจะยืนยันแนวทางเดิมที่ต้องการให้รัฐบาลหามาตรการสนับสนุน ไม่อย่างนั้นผู้ประกอบการจะอยู่ไม่ได้

"ขณะนี้เอกชนก็ต้องติดตามการประชุมกพช.อย่างใกล้ชิดว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร เพราะไม่มีใครรู้ว่าแนวทางจะออกมาเป็นอย่างไหน" นายอำนาจ กล่าว    

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาแอลพีจีในขณะนี้ถือว่าเร็วเกินไป เพราะตอนนี้ต้นทุนการผลิตของผู้ประกอบการแทบทุกประเภทปรับขึ้น ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูง กลุ่มธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เดือดร้อนแน่นอน ดังนั้นการปรับขึ้นจึงควรทยอยปรับอย่างค่อยเป็นค่อยไป และมีช่วงเวลาให้ผู้ประกอบการปรับตัวประมาณ 3-6 เดือน รวมถึงต้องมีมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการด้วย เพราะแบกรับต้นทุนไม่ไหวแน่นอน

"ควรจะพิจารณายืดเวลาการปรับราคาแอลพีจีออกไปก่อน เพราะตอนนี้เศรษฐกิจก็ชะลอตัว การค้า การลงทุนก็เริ่มชะลอลง และเมื่อต้นทุนสูงผู้ผลิตไม่สามารถปรับราคาสินค้าได้ เอสเอ็มอีจะลำบากแน่นอน"นายยุทธศักดิ์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน