
RMF ไม่ลงทุนน่าเสียดาย
.....สุรีรัตน์ สุรเดชะ
กองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือ Retirement Mutual Fund (RMF) เป็นกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อส่งเสริมการออมในระยะยาวเพื่อวัยเกษียณ รัฐจึงเสนอสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้ผู้ที่ลงทุน โดยวงเงินที่ลงทุนใน RMF จะได้รับการยกเว้นไม่ต้องรวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้สูงสุดถึง 15% ของเงินได้ในแต่ละปี โดยเมื่อนับรวมเงินสะสมเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ หรือกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการและประกันชีวิตแบบบำนาญแล้ว ต้องไม่เกิน 5 แสนบาท
อย่างไรก็ตาม มีเงื่อนไขว่าจะต้องลงทุนอย่างต่อเนื่องเพื่อคงสิทธิประโยชน์ทางภาษีไว้ เมื่อลงทุนจนอายุครบ 55 ปี และเป็นเวลานานไม่น้อยกว่า 5 ปี เงินก้อนที่ได้จากการขายหน่วยลงทุนจะได้รับการยกเว้นภาษีอีกด้วยค่ะ
แม้ RMF จะมีข้อดี แต่เป็นที่น่าเสียดายว่าที่ผ่านมามีผู้สนใจลงทุนใน RMF เพียงประมาณ 1.2 แสนคน จากจำนวนผู้เสียภาษีทั้งหมดกว่า 10 ล้านคน ดิฉันจึงอยากเชิญชวนให้ท่าน ลองหันมามอง RMF เป็นทางเลือกหนึ่งที่อาจทำให้ได้รับประโยชน์ถึงสามต่อ ทั้งการได้ผลตอบแทนจากการลงทุนหากกองทุนรวมมีผลกำไร ได้ประหยัดภาษี และยังเป็นการสะสมเงินออมเพื่อวัยเกษียณด้วยนะคะ ซึ่งถ้าใครยังไม่รู้จัก RMF ดีพอ วันนี้ลองมาฟังคำแนะนำในการพิจารณา RMF กันค่ะ
rรู้นโยบาย เข้าใจระดับความเสี่ยง
เรื่องแรกคือ นโยบายการลงทุน เนื่องจาก RMF นั้น มีนโยบายลงทุนในสินทรัพย์ได้หลายประเภท ซึ่งมีโอกาสได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนในแต่ละช่วงต่างกันไป ดังนั้นก่อนตัดสินใจลงทุนท่านควรเริ่มพิจารณาวัตถุประสงค์ในการลงทุนและความสามารถในการรับความเสี่ยงก่อน แล้วพิจารณานโยบายลงทุนและระดับความเสี่ยงของ RMF แต่ละกองทุนที่ท่านสนใจ ประกอบกับภาวะเศรษฐกิจในขณะนั้นว่าสอดคล้องกันหรือไม่ ซึ่งแนวทางในการพิจารณาเบื้องต้นก็คือ หากท่านรับความเสี่ยงในการสูญเสียเงินต้นได้น้อย และคาดหวังผลตอบแทนระดับเดียวกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ก็อาจเลือกลงทุนใน RMF ประเภทที่มีความเสี่ยงในระดับต่ำ ที่มักมีชื่อเรียกว่า กองทุนรวมตลาดเงิน หรือกองทุนรวมบริหารเงิน (Money market fund) ที่เน้นลงทุนในเงินฝากและตราสารหนี้ระยะสั้น แต่หากต้องการได้รับผลตอบแทนสูงขึ้นมาอีกสักหน่อย ก็อาจลงทุนในกองทุนรวมพันธบัตรหรือกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะยาวที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล รวมทั้งหุ้นกู้ภาคเอกชน แต่หากสามารถรับความเสี่ยงที่สูงขึ้นได้ในระดับปานกลาง ท่านก็อาจเลือก RMF ที่มีนโยบายลงทุนแบบผสมที่ลงทุนทั้งในตราสารหนี้และหุ้นก็ได้ค่ะ
ส่วนผู้ที่คาดหวังผลตอบแทนแบบหวือหวาและพร้อมที่จะรับความเสี่ยงสูงถึงสูงมากได้ ท่านสามารถเลือก RMF ที่เน้นลงทุนในตราสารทุนหรือกองทุนที่ลงทุนในทองคำค่ะ
ท่านอาจใช้วิธีสอบถามข้อมูลเหล่านี้จากผู้ขายให้เข้าใจอย่างละเอียดก็ได้นะคะ เพื่อให้เข้าใจนโยบายอย่างแท้จริงก่อน
rดูผลการดำเนินงาน RMF
อีกปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยในการพิจารณาเลือกลงทุนใน RMF คือควรดูผลการดำเนินงานย้อนไปมากที่สุดเท่าที่มีข้อมูล เช่น 1ปี 3ปีเพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่ากองทุนมีผลงานดีสม่ำเสมอ ไม่ใช่ผันผวนแบบวูบวาบ แต่ควรคำนึงไว้เสมอว่า ผลการดำเนินงานในอดีตมิได้เป็นเครื่องยืนยันผลงานในอนาคต
rทยอยลงทุนแบบสม่ำเสมอ
หลายท่านที่เริ่มสนใจ RMF คงมีคำถามว่า แล้วจะเริ่มลงทุนช่วงไหนดี ท่านอาจเคยได้ยินมาว่าปีที่แล้วดัชนีหุ้นไทยขึ้นไปกว่า 40% ดังนั้น RMF ที่เน้นลงทุนในหุ้น ก็อาจจะมีราคาแพงเกินไปแล้ว จะคอยให้ราคาลดลงก่อนก็ไม่ทราบว่าเมื่อไหร่ ดังนั้นท่านอาจใช้วิธีลงทุนแบบเฉลี่ยต้นทุน หรือที่เรียกว่า Dollar cost averaging หรือ DCA ค่ะ ด้วยการวางแผนการซื้อ RMF ในจำนวนเงินเท่าๆ กันอย่างสม่ำเสมอเช่นทุกๆ เดือน จนครบตามจำนวนเงินที่ต้องการซื้อในหนึ่งปี วิธีการเช่นนี้จะมีประโยชน์คือ ในจำนวนเงินลงทุนที่เท่ากัน ในแต่ละครั้ง เมื่อราคาหน่วยลงทุน RMF ลดลง ท่านจะซื้อได้ในจำนวนมากขึ้น และเมื่อราคาปรับสูงขึ้น ท่านจะซื้อหน่วยลงทุนในจำนวนที่น้อยลง และเมื่อนำมาเฉลี่ยกันทั้งปีแล้ว จะพบว่าสามารถซื้อหน่วยลงทุนได้ด้วยต้นทุนการลงทุนที่ไม่สูงจนเกินไป เป็นการกระจายความเสี่ยงไปในช่วงเวลาต่างๆ ของปีได้นั่นเองค่ะ
สุดท้ายนี้อยากฝากไว้ว่า หลายท่านเห็นของแจกของแถมแล้วก็ตัดสินใจลงทุนทันที โดยลืมพิจารณาถึงวัตถุประสงค์ในการลงทุนและความสามารถในการยอมรับความเสี่ยง รวมถึงความพร้อมที่จะลงทุนอย่างต่อเนื่องในระยะยาว และเงื่อนไขการลงทุนที่จะทำให้ได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีด้วย อันนี้ก็ควรคำนึงให้ดีนะคะเพราะหากทำผิดเงื่อนไข ท่านอาจต้องมีภาระภาษีซึ่งอาจเข้าข่ายได้ (ของแถม) ไม่คุ้มเสีย (ประโยชน์) นะคะ







