
มูดี้ส์ลดเกรด‘ปตท.-สผ.’
โพสต์ทูเดย์ — มูดี้ส์ลดอันดับเครดิต PTTEP ลามความน่าเชื่อถือ ปตท. ไทยออยล์ กำไรหด 25% เหลือ 8,998 ล้านบาท จ่ายปันผล 1.40 บาท
สถาบันจัดอันดับ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียมหรือปตท.สผ. (PTTEP) ลงสู่ระดับ Baa1 จากเดิมที่ A3 และให้แนวโน้มอันดับเครดิตมีเสถียรภาพ ในฐานะผู้ออกตราสารหนี้ และหุ้นกู้ไม่มีหลักประกันและไม่ด้อยสิทธิ
ทั้งนี้ การปรับลดอันดับเครดิตของปตท.สผ.มีผลกระทบต่ออันดับเครดิตของบริษัทปตท.(PTT)ด้วยในฐานะผู้ถือหุ้นใหญ่
นายอนนต์ สิริแสงทักษิณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัท PTTEP เปิดเผยว่าจากการที่มูดี้ส์ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือครั้งนี้คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน รวมทั้งไม่กระทบต่อต้นทุนทางการเงิน เนื่องจากอันดับความน่าเชื่อถือที่ระดับ Baa1 นั้น ยังอยู่ในอันดับเดียวกับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย และยังคงสูงกว่าระดับความน่าเชื่อถือขั้นต่ำสุดของตราสารที่สามารถลงทุนได้ ถึง 3 ระดับ
ส่วนเหตุผลของการลดอันดับความน่าเชื่อถือเป็นผลมาจากการระดมเงินทุน เพื่อขยายการลงทุนในต่างประเทศและในธุรกิจใหม่ ซึ่ง ปตท.สผ. ได้พิจารณาถึงผลตอบแทนและความเสี่ยงจากการลงทุนอย่างรอบคอบแล้ว และมองว่าแผนการขยายลงทุน จะทำให้บริษัทมีการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาวและมีกำไรเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ปตท.สผ. ยังคงมีโครงสร้างการเงินที่แข็งแกร่ง โดย ณ สิ้นปี 2553 บริษัทฯ มีอัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน ในระดับต่ำที่ 0.11 เท่า
ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สแตนดาร์ด แอนด์พัวร์ (S&P) ได้ประกาศคงอันดับความเชื่อถือของ ปตท.สผ. และตราสารหนี้ระยะยาวของบริษัทฯ ที่ระดับ BBB+ ซึ่งเป็นระดับความน่าเชื่อถือ เท่ากับประเทศไทย
บริษัท ไทยออยล์ (TOP) เปิดผลการดำเนินงานปี 2553 กำไรสุทธิ 8,998 ล้านบาท คิดเป็นกำไรหุ้นละ 4.41 บาท ลดลงประมาณ 25% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 12,061 ล้านบาท หรือ 5.91 บาท และคณะกรรมการบริษัทมีมติจ่ายเงินปันผลอีกหุ้นละ 1.40 บาท จากกำไรครึ่งปีหลัง
ด้านนายคาลิค มอยนูดดิน ฮาชิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (PSL) เปิดเผยว่า ปี 2554 บริษัทตั้งเป้ารายได้จากค่าระวางเรือเฉลี่ยต่อวันต่อลำจะอยู่ที่ 1.15 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงจากค่าเฉลี่ยของปีก่อนที่อยู่ที่ 1.23 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เนื่องจากมีจำนวนเรือออกใหม่มากขึ้น เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวไม่ชัดเจน และได้รับผลกระทบทางอ้อมจากที่ทางการจีนออกมาตรการคุมภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังสามารถควบคุมต้นทุนจากการขนส่งที่เพิ่มขึ้น เช่น ราคาน้ำมันได้ เนื่องจากบริษัทลดอายุกองเรือให้น้อยลงต่อเนื่อง และบริษัททำสัญญาเช่าเรือล่วงหน้าระยะยาว โดยในปี 2554 ได้ทำสัญญาเช่าเรือกับลูกค้าไปแล้ว 70%







