
ชัยวุฒิย้ำปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์จนเม.ย.นี้
ชัยวุฒิย้ำปรับโครงสร้าภาษีรถยนต์จบในเดือนเม.ย. ให้เวลาเอกชนปรับตัว 3 ปี กระทบพีพีวี-อีโคคาร์น้อยมาก
ชัยวุฒิย้ำปรับโครงสร้าภาษีรถยนต์จบในเดือนเม.ย. ให้เวลาเอกชนปรับตัว 3 ปี กระทบพีพีวี-อีโคคาร์น้อยมาก
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่มีความก้าวหน้าแล้วกว่า 90% เหลือต้องหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงการคลังในรายละเอียดอีกเล็กน้อย โดยคาดว่าจะเสร็จสมบูรณ์ไม่เกินเดือนเม.ย. 2554 และจะสามารถประกาศใช้ได้ และในสัปดาห์ก่อนได้ไปหารือร่วมกับนายกรณ์ จติกวณิช รมว.คลัง เพื่อเร่งรัดให้พิจารณาอย่างรวดเร็ว ให้ประกาศใช้ทันในรัฐบาลชุดนี้
สำหรับเรื่องระยะเวลาในการปรับตัว ที่ภาคเอกชนขอใช้เวลาอย่างน้อย 5 ปี คิดว่าจะให้ได้อย่างมากที่สุด 3 ปี เพิ่มระยะเวลาให้ 1 ปี จากเดิมที่ตั้งใจจะให้เวลา 2 ปี เพราะเอกชนบอกว่าไม่พอ แต่เท่าที่ดูจากโครงสร้างที่จะปรับใหม่คิดว่าเวลา 1 ปี ในการปรับตัวก็น่าจะเพียงพออยู่แล้ว
“โครงสร้างภาษีที่จะออกมาถือเป็นแนวทางที่ทั่วโลกดำเนินการ ที่การผลิตรถยนต์ต่อจากนี้ไปต้องเน้นในเรื่องเทคโนโลยี รถยนต์ต้องปล่อยมลพิษต่ำ ถ้าไทยไม่ยอมทำอะไร อีกหน่อยจะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ลำบาก ซึ่งเอกชนอาจต้องปรับกระบวนการผลิตเพิ่มเทคโนโลยีเข้าไปเพื่อให้สอดคล้องกับภาษีที่เปลี่ยนไป รัฐไม่ได้ต้องการให้ถอนรากถอนโคนบริษัทใด แต่ที่ทำเพราะเห็นว่าเป็นประโยชน์กับอุตสาหกรรมนี้ในอนาคต”นายชัยวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ การปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่จะกระทบต่อรถกระบะดัดแปลง 5 ประตู (พีพีวี) น้อยมาก และแทบไม่มีผลกระทบต่อรถยนต์ประหยัดพลังงานตามมาตรฐานสากล (อีโคคาร์) ที่รัฐให้การส่งเสริมไปแล้ว เพราะอีโคคาร์เข้าข่ายภาษีใหม่ทั้งหมด ทั้งเรื่องการปล่อยมลพิษที่ต่ำ ประหยัดพลังงาน และเป็นรถยนต์ที่ปลอดภัย
“เท่าที่หารือกับภาคเอกชน ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการปรับโครงสร้างภาษีรถยนต์ จะมีบางบริษัทเท่านั้นที่จะกระทบบ้าง ตอนที่ไปพบปะกับสมาชิกสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เมื่อเร็วๆ นี้ได้ชี้แจงไปแล้วว่าโครงสร้างภาษีรถยนต์ใหม่นี้จะมีผลกระทบต่อผู้ประกอบการไม่มาก และคงไม่ทำให้เกิดความเสียหายขนาดที่ว่าจะทำให้ยอดขายตก เพราะขายรถไม่ได้ ”นายชัยวุฒิ กล่าว







