
ลีคาเฟ่จุกขาดทุนรอบ20ปี
การเมืองป่วนลูกค้าหายหมด
ดึงมืออาชีพช่วยผุดเมนูสุขภาพโพสต์ทูเดย์
— ลี คาเฟ่ อ่วมเจอพิษการเมืองฉุดขาดทุนครั้งแรกรอบ 20 ปี ปรับแผนใหม่ ย่อขนาดปรับเมนูเอาใจคนรุ่นใหม่รักสุขภาพนายชัยเทพ ภัทรพรไพศาล กรรมการบริหาร บริษัท เดอะ ลี แฟมิลี่ กรุ๊ป ผู้บริหารภัตตาคารจีน ลี คิทเช่น และลี คาเฟ่ เปิดเผยว่า ปี 2553 ที่ผ่านมาถือเป็นครั้งแรกในรอบ 20 ปี ที่ผลประกอบการของบริษัทขาดทุนจากปัญหาการชุมนุมทางการเมืองที่เกิดขึ้นภายในประเทศ ทำให้บางสาขาต้องปิดให้บริการ และตั้งแต่เกิดการปฏิวัติในปี 2549 เป็นต้นมา ธุรกิจของลี กรุ๊ป ไม่มีกำไรมาโดยตลอด เนื่องจากความไม่แน่นอนทางการเมือง ทำให้กลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นนักท่องเที่ยวหายไป ขณะที่ลูกค้าคนไทยลดการรับประทานอาหารนอกบ้าน
“
เมื่อก่อนมี 2 สาขา ยังมีกำไรมากกว่าปัจจุบันนี้ที่มี 11 สาขา ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบมากต่อธุรกิจร้านอาหาร ขณะที่การดำเนินธุรกิจแบบครอบครัวทำให้มาถึงทางตัน จำต้องปรับระบบบริหารจัดการใหม่ และดึงมืออาชีพเข้ามาช่วย” นายชัยเทพ กล่าวสำหรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจในปีนี้จะหามืออาชีพเข้ามาช่วย พร้อมทั้งปรับระบบบริหารจัดการ โดยลงทุนก่อสร้างสำนักงานแห่งใหม่ เป็นครัวกลางและศูนย์กระจายสินค้า มูลค่ากว่า 30 ล้านบาท บนถนนพระราม 3 รองรับการพัฒนาสินค้าและเมนูใหม่ๆ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคคนรุ่นใหม่ที่ใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยอาหารแต่ละจานจะมีขนาดเล็กลงและเน้นเมนูเพื่อสุขภาพมากขึ้น
นายชัยเทพ กล่าวว่า ช่วง 2 ปีนี้จะชะลอขยายสาขาขนาดใหญ่ทั้งในรูปแบบภัตตาคารลี คิทเช่น และร้านลี คาเฟ่ แต่จะขยายสาขาย่อยในรูปแบบคีออสก์ เน้นบริการอาหารจานเดียว โดยจะเปิดให้บริการแห่งแรกที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ชิดลม ในเดือน มี.ค.นี้ และอาจจะพิจารณาเปิดสาขาของลี คาเฟ่ ที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล ลาดพร้าว ที่จะเปิดให้บริการใหม่ในเดือน ส.ค. ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณา โดยจะพิจารณาจากสถานการณ์การเมืองเป็นหลัก
สำหรับผลประกอบการปีนี้ ยังคงไม่มีกำไรต่อเนื่อง แต่พยายามไม่ให้ขาดทุนอีก โดยสาขาหลักที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลเวิลด์มียอดขายต่ำกว่าเดิม 4045% เนื่องจากลูกค้าต่างชาติ เช่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ยังไม่กลับมาท่องเที่ยวที่ประเทศไทย
ปัจจุบัน ลี แฟมิลี่ กรุ๊ป มีสาขารวม 11 สาขา แบ่งเป็นภัตตาคารลี คิชเช่น 3 สาขา ลี คาเฟ่ 8 สาขา







