
มิติใหม่ เอสโครว์ แอกเคานต์ เพิ่มเสถียร ค้ออนไลท์ ยุค 3G
แม้ว่าปัจจุบันพระราชบัญญัติการจัดการดูแลผลประโยชน์ของคู่สัญญา พ.ศ. 2551 หรือที่คุ้นเคยกันดีในชื่อ กฎหมายเอสโครว์ จะถูกพูดถึงเฉพาะในวงการอสังหาริมทรัพย์เป็นหลัก แต่เนื้อหาของกฎหมายก็เปิดกว้างให้สามารถใช้ได้กับการซื้อขายทุกรูปแบบ ขึ้นอยู่กับความพอใจทั้งสองฝ่ายระหว่างผู้ซื้อกับผู้ขาย ตกลงร่วมกันจะใช้ระบบเอสโครว์ เข้ามามีส่วนร่วมในการซื้อขายหรือไม่ โดยหนึ่งในธุรกิจที่น่าสนใจจะดึงระบบเอสโครว์มาใช้ คือการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ อีคอมเมิร์ซ
เพราะที่ผ่านมาธุรกรรมการซื้อขายบนโลกออนไลน์ มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง ประกอบกับตลาดสมาร์ตโฟนมีความต้องการสูงขึ้น จากพฤติกรรมผู้บริโภคที่หันใช้โทรศัพท์มือถือ เป็นช่องทางสำคัญเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร ท่องเว็บ ทำธุรกรรมการเงินผ่านมือถือ จึงคาดการณ์ว่าตลาดซื้อขายออนไลน์ และธุรกรรมต่างๆ บนโลกออนไลน์ จะยิ่งขยายตัวอย่างก้าวกระโดด ภายหลังการให้บริการระบบ 3จี
อย่างไรก็ตาม ปัญหาสำคัญของการซื้อขายบนโลกออนไลน์ คือความไม่เชื่อใจในการซื้อขายระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นผู้ขายไม่กล้าส่งของให้ลูกค้าก่อน ถ้าลูกค้ายังไม่ได้โอนเงิน ฝั่งลูกค้าก็กังวล โอนเงินแล้ว จะได้สินค้าจริงหรือไม่ ซึ่งหากเป็นเว็บชื่อดังที่ติดตลาดแล้ว ความกังวลใจคงน้อยกว่า แต่หากเป็นเว็บน้องใหม่ แม้จะมีสินค้าดีถูกใจคนซื้อเพียงใด ความกล้าในการตัดสินใจซื้อคงน้อยลง
นอกจากนี้ ปัญหาเรื่องคุณภาพของสินค้า ไม่เป็นไปตามที่ฝั่งผู้ซื้อคาดหวังไว้จากการได้เห็นเพียงภาพโฆษณาบนอินเทอร์เน็ต ยังเป็นปัจจัยสำคัญ ทำให้นักท่องเว็บจำนวนไม่น้อย เมินการซื้อสินค้าบนโลกออนไลน์ ทั้งหมดจึงเป็นปัจจัยทำให้เกิดแนวความคิด หากการซื้อขายออนไลน์ดึงระบบเอสโครว์มาใช้ คาดจะช่วยให้การค้าออนไลน์เติบโตอย่างมีทิศทาง
สัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ กล่าวว่า กฎหมายเอสโครว์ไม่ได้มีประโยชน์เฉพาะกับตลาดที่อยู่อาศัยเท่านั้น แต่มีประโยชน์กับหลายธุรกิจมาก โดยในส่วนของการซื้อขายสินค้าผ่านออนไลน์ สามารถที่จะตกลงซื้อขายผ่านระบบเอสโครว์ร่วมกัน เมื่อผู้ซื้อสั่งซื้อสินค้า จะชำระเงินผ่านคนกลาง ที่เรียกว่า เอสโครว์ เอเยนต์ ซึ่งปัจจุบันมี 9 สถาบันการเงินที่ได้รับไลเซนส์ในการให้บริการดังกล่าวแล้ว หลังจากนั้นผู้ขายจะส่งสินค้าให้ผู้ซื้อ ซึ่งหากผู้ซื้อพอใจในคุณภาพสินค้าแล้ว ก็แจ้งให้เอสโครว์ เอเยนต์โอนเงินค่าสินค้าให้แก่ผู้ขาย
แต่หากไม่พอใจ และยกเลิกการสั่ง ผู้ขายสามารถแจ้งให้เอสโครว์ เอเยนต์โอนเงินคืนผู้ซื้อทันทีที่สินค้าถูกส่งกลับ โดยในหลายประเทศที่เปิดกว้างให้ระบบเอสโครว์ ใช้ได้กับทุกประเภทธุรกิจ ส่วนใหญ่จะกำหนดให้เป็นการสมัครใจทั้งสองฝ่าย ไม่ได้บังคับให้ใช้ ซึ่งผู้ซื้อจะเลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น ถ้าเป็นการสั่งซื้อหนังสือธรรมดา ราคาไม่สูงมาก อาจไม่จำเป็นต้องใช้ แต่หากซื้อสินค้าที่มีราคาสูง อาจจะเลือกใช้ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้ผู้บริโภค สร้างความสบายใจทั้งสองฝ่าย ช่วยผลักดันการค้าออนไลน์ขยายตัว
สำหรับกฎหมายเอสโครว์ที่เริ่มใช้กับตลาดที่อยู่อาศัยเป็นธุรกิจแรก จากการเป็นภาคที่ผลักดันให้กฎหมายนี้แจ้งเกิด ขณะนี้อยู่ระหว่างผลักดันให้มีการเริ่มใช้อย่างจริงจัง โดยทั้งผู้ซื้อและผู้ขายที่ตกลงใช้ระบบเอสโครว์ร่วมกันต้องจ่ายค่าธรรมเนียมการใช้กับเอสโครว์ เอเยนต์ในอัตรา 0.3% ต่อปีของมูลค่าซื้อขาย หากซื้อบ้านในราคา 1 ล้านบาท จะเสียค่าธรรมเนียมดังกล่าว 3,000 บาทเป็นต้น ซึ่งหากจะมีการใช้กับธุรกิจประเภทอื่นๆ ในอนาคต ควรกำหนดเงื่อนไขที่เหมาะสมกับธุรกิจประเภทนั้นๆ ด้วย
ที่ผ่านมาบรรดาวงการที่อยู่อาศัยประเมินกันว่า กฎหมายเอสโครว์จะเป็นเครื่องมือชั้นดี ช่วยผู้ประกอบการรายใหม่ สร้างความเชื่อมั่นให้ผู้ซื้อ ซึ่งเชื่อว่าระบบดังกล่าว น่าจะช่วยสร้างความน่าเชื่อถือให้กับบรรดาเจ้าของเว็บใหม่บนโลกออนไลน์ได้เช่นกัน







