
ผ่าทางตันแก้หนี้กองทุนฟื้นฟูฯ
คลังธปท.เสนอแก้2กฎหมายให้ขายสินทรัพย์ได้ส่งเงินคืนรัฐ
โพสต์ทูเดย์
— “คลังธปท.” เห็นชอบแก้ไขกฎหมาย 2 ฉบับ แก้ไขหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ 1.1 ล้านล้านบาทแหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง ได้เห็นชอบแนวทางแก้ไขหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (กองทุนฟื้นฟูฯ) วงเงิน 1.1 ล้านล้านบาทแล้ว โดยจะมีการแก้ไข พ.ร.บ.เงินตรา และ พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูฯ
การแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับ ก็เพื่อให้กองทุนฟื้นฟูฯ สามารถขายสินทรัพย์มาใช้หนี้ ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯ กองที่ 1 มีรายได้และขายทรัพย์สินมาใช้หนี้ในส่วนของ FIDF 1 วงเงิน 4.6 แสนล้านบาท และกองทุนฟื้นฟูฯ กองที่ 2 วงเงิน 6.4 แสนล้านบาท
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า การแก้ พ.ร.บ.เงินตรา จะแก้ไขในส่วนของการบันทึกบัญชีของฝ่ายออกบัตรที่มีอยู่จำนวน 3 บัญชี คือ บัญชีสำรองเงินตรา บัญชีผลประโยชน์ประจำปี และบัญชีสำรองพิเศษ ให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้น
ทั้งนี้ จะส่งผลทำให้บัญชีผลประโยชน์ประจำปีมีดอกผลที่ได้รับบัญชีสำรองเงินตราและบัญชีสำรองพิเศษปีละ 24 หมื่นล้านบาท ไปใช้หนี้ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯ กองที่ 3 ได้
แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า การแก้ไข พ.ร.บ.เงินตราดังกล่าว กระทรวงการคลังและ ธปท.ยังเห็นร่วมกันหลังจากที่ใช้ในส่วนหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ กองที่ 3 ให้ นำไปใช้ในส่วนของกองทุนฟื้นฟูฯ กองที่ 1 ต่อด้วย ซึ่งจะขอความเห็นชอบจากฝ่ายนโยบายอีกครั้ง เพราะก่อนหน้านี้กฎหมายกำหนดให้หนี้ในส่วนกองทุนฟื้นฟูฯ กองที่ 1 มาจากกำไรจากการดำเนินงาน ธปท. ซึ่งขณะนี้ ธปท.มีผลการดำเนินขาดทุนสะสม 34 แสนล้านบาท ทำให้ไม่สามารถชำระหนี้ได้
สำหรับการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนฟื้นฟูฯ จะให้มีการโอนสินทรัพย์ของกองทุนที่มีอยู่ 3 แสนล้านบาท ให้กระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารเพื่อนำเงินไปใช้หนี้ ซึ่งเป็นหุ้นของธนาคารกรุงไทย บริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) และบริษัท บริหารสินทรัพย์สุขุมวิท
เรื่องวิธีการนี้ทั้งกระทรวงการคลังและ ธปท.พิจารณาแล้วว่า ทำได้ทั้งการขายสินทรัพย์ทั้งหมดมาชำระหนี้ หรือไม่ขายหุ้นแต่รับเงินปันผลที่ได้จากทั้งสามแห่งปีละ 23 หมื่นล้านบาท ทยอยชำระหนี้ ซึ่งจะต้องมีการกำหนดว่าจะนำเงินไปใช้ในส่วนของหนี้กองไหน
“
กระทรวงการคลังและ ธปท.เห็นชอบรวมกันแล้ว และเชื่อว่าจะใช้เวลาชำระหนี้ไม่กี่ปีก็หมด ทำให้ประหยัดเงินที่ไปจ่ายดอกเบี้ยปีละ 7 หมื่นล้านบาท” แหล่งข่าวเปิดเผยแหล่งข่าวเปิดเผยว่า กระทรวงการคลังได้ร่างแก้ไขกฎหมายทั้งสองฉบับให้ฝ่ายนโยบายเห็นชอบ เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรีอนุมัติ เพื่อที่จะได้เสนอเข้าสภาแก้ไขให้มีผลบังคับใช้ได้ต่อไป
อย่างไรก็ตาม หากมีการยุบสภาก่อนก็จะต้องรอรัฐบาลมาดำเนินการต่อไป
สำหรับหนี้ของกองทุนฟื้นฟูฯ นั้น เกิดจากการนำเงินไปอุ้มสถาบันการเงินที่มีฐานะอ่อนแอด้วยการเพิ่มทุนหรือให้เงินกู้ยืมและค้ำประกันเงินฝาก 100% ให้กับประชาชน และเมื่อสถาบันการเงินถูกปิดทรัพย์สินทั้งหมดก็ตกเป็นของกองทุนฟื้นฟูฯ โดย ข้อตกลงเดิมนั้น ธปท.จะรับผิดชอบชำระเงินต้น และกระทรวงการคลังกระทรวงการจะรับผิดชอบดอกเบี้ยพันธบัตรกองทุนฟื้นฟูฯ ปีละ 67 หมื่นล้านบาท







