
เงินบาทฟื้นตัว นักลงทุนกลับเข้าตลาดหุ้น
...วารุณี สิทธิถาวร
ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (1417 ก.พ. 2554) เงินบาทเริ่มต้นที่ระดับ 30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ปรับตัวขึ้นจากช่วงปลายสัปดาห์ โดยมีแรงหนุนจากการฟื้นตัวของตลาดหุ้น เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนในตลาดหุ้นภูมิภาคอีกครั้งภายหลัง ประธานาธิบดีมูบารัก ของอียิปต์ประกาศลงจากตำแหน่งหลังเผชิญแรงกดดันจากผู้ชุมนุมยาวนาน 18 วัน
ปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนภาวะการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงให้ปรับตัวขึ้น แม้นักลงทุนบางส่วนยังไม่มั่นใจนักว่าปัญหาจลาจลจะลุกลามสู่ประเทศอื่นๆ ในตะวันออกกลางหรือไม่ อย่างไรก็ดีข่าวลือที่ว่าอัตราเงินเฟ้อของจีนในเดือน ม.ค. จะออกมาต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ล่วงหน้า ทำให้นักลงทุนลดความกังวลต่อการคุมเข้มทางการเงินของจีน และกลับเข้าซื้อสินทรัพย์ในภูมิภาค โดยตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้นนำตลาดอื่นๆ เนื่องจากนักลงทุนต่างชาติกลับเข้าซื้อในตลาดหุ้นไทยหลังราคาปรับตัวลงมากจนอยู่ในระดับที่น่าสนใจ และหนุนให้เงินบาทปรับแข็งค่าแตะระดับ 30.72 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และยังคงปรับแข็งค่าขึ้นต่อเนื่องสู่ระดับ 30.70 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันอังคาร
ขณะที่ข้อมูลอัตราเงินเฟ้อของจีนที่ออกมาต่ำกว่าคาดที่ 4.9% ในเดือน ม.ค. ช่วยหนุนให้ตลาดหุ้นภูมิภาคปรับตัวขึ้นต่อและเป็นปัจจัยบวกต่อสกุลเงินเอเชีย ทั้งนี้เงินบาทยังคงปรับตัวในกรอบแคบใกล้ระดับ 30.69 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่นักลงทุนต่างชาติยังคงเข้าซื้อในตลาดหุ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 ติดต่อกัน
อย่างไรก็ดี ความกังวลต่อปัญหาการเมืองในตะวันออกกลางที่เพิ่มขึ้น หลังมีเหตุชุมนุมในบาห์เรน เยเมน รวมทั้งความกังวลต่อปัญหาหนี้ในยุโรปยังคงเป็นปัจจัยกดดันภาวะการลงทุนในตลาดการเงินในช่วงสัปดาห์นี้
ในช่วงปลายสัปดาห์ เงินบาทเคลื่อนไหวใกล้ระดับ 30.67 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงเช้าวันพุธ และยังคงปรับตัวในกรอบแข็งค่า แม้จะได้รับปัจจัยลบจากการแข็งค่าของเงินเหรียญสหรัฐ แต่ แรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติที่กลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยและทิศทางตลาดหุ้นที่ยังเป็นบวกในช่วงนี้ จะช่วยให้เงินบาทยังประคองตัวอยู่ได้
เงินบาทยังคงเคลื่อนไหวในทิศทางแข็งค่า โดยอยู่ที่ระดับ 30.61 บาทต่อเหรียญสหรัฐในวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นการปรับตัวในทิศทางเดียวกับสกุลเงินภูมิภาค หลังกระแสเงินลงทุนมีการไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นเอเชียในช่วงนี้ และแรงหนุนจากการแข็งค่าของเงินหยวน หลังทางการจีนมีการกำหนดค่ากลางซื้อขายประจำวันเงินหยวนในระดับแข็งค่าเป็นประวัติการณ์ เพื่อลดแรงกดดันจากต่างประเทศในช่วงก่อนการประชุมกลุ่มประเทศ G20 ในวันที่ 1819 ก.พ.นี้
อย่างไรก็ดี แม้เงินบาทจะมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้น แต่ยังต้องระวังแรงขายทำกำไรระยะสั้น เนื่องจากปัจจัยบวกที่ยังไม่ชัดเจน โดยเฉพาะแรงซื้อของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นที่ยังไม่ชัดเจนว่าแรงซื้อดังกล่าวจะมีความต่อเนื่องหรือไม่ ทำให้นักลงทุนบางส่วนยังไม่กล้าเข้าซื้อเงินบาทมากเกินไป ขณะเดียวกันสถานการณ์ความขัดแย้งครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่อาจส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเมืองในภูมิภาคตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหนุนความต้องการเหรียญสหรัฐในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งจะทำให้การแข็งค่าของเงินบาทเป็นไปอย่างจำกัด
สัปดาห์นี้ (2125 ก.พ. 2554) สายงานธุรกิจตลาดทุนมองว่า ปัจจัยจากต่างประเทศยังคงมีน้ำหนักต่อการเคลื่อนไหวของเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้ โดยคาดว่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในช่วง 30.5530.90 บาทต่อเหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจาก 30.6030.88 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์ก่อนหน้า
แม้ในภาพรวมเรามองว่าสัปดาห์นี้ เงินบาทมีโอกาสปรับแข็งค่าขึ้นจากสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่เริ่มลุกลามภายหลังความสำเร็จในการเรียกร้องของประชาชนในตูนิเซียและอียิปต์ ได้จุดประกายให้เกิดการประท้วงในลักษณะเดียวกันในประเทศต่างๆ ในตะวันออกกลาง ทั้ง อิหร่าน ลิเบีย เยเมน บาห์เรน และลิทัวเนีย
รวมทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน ทั้งนี้หากสถานการณ์มีความรุนแรงย่อมส่งผลกระทบต่อภาวการณ์ลงทุนในตลาดการเงิน และส่งผลกระทบต่อกระแสเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคที่เริ่มปรับตัวดีขึ้น
ที่สำคัญสถานการณ์ดังกล่าวคาดว่าจะกระตุ้นให้นักลงทุนหันเข้าหาเงินเหรียญสหรัฐ ในฐานะ สินทรัพย์ปลอดภัย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของสกุลเงินในภูมิภาคและค่าเงินบาทในช่วงสัปดาห์นี้







