posttoday
ลดหนี้นอกระบบ เพิ่มเงินออมในระบบ

ลดหนี้นอกระบบ เพิ่มเงินออมในระบบ

21 กุมภาพันธ์ 2554

...สุรชัย กำพลานนท์วัฒน์

รัฐบาลถูกฝ่ายค้านถล่มกลางสภาไปตามระเบียบ ทั้งเรื่องการแก้หนี้นอกระบบและโครงการประชาวิวัฒน์

ความจริงทั้งสองเรื่องนี้ถ้าไม่ถูกนำมาอภิปรายจะถือเป็นเรื่องแปลกมาก ฝ่ายค้านคงไม่อยากปล่อยให้รัฐบาลเดินหน้าเก็บแต้มกวาดคะแนนนิยมจากประชาชนคนจนระดับรากหญ้าไปอย่างสบายมือ

คนหาเช้ากินค่ำเป็นคนกลุ่มใหญ่สุดของประเทศ มีปัญหาเรื่องหนี้สินและปากท้องครัวเรือนเป็นปัญหาหลักของชีวิต ฉะนั้นจึงเป็นเรื่องหลักที่รัฐบาลทุกรัฐบาลต้องให้ความสำคัญอย่างจริงจัง

จะต้องใช้งบประมาณเท่าไหร่ ต้องระดมสรรพกำลังเท่าไหร่ ก็ต้องทำ ถือเป็นหน้าที่โดยตรง หรือพูดง่ายๆ ว่า เป็นไฟต์บังคับที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ใครเป็นรัฐบาลแล้วไม่ทำหรือทำไม่เป็นก็สมควรถูกสังคมประณาม

เพียงแต่ว่าสิ่งที่รัฐบาลนี้ได้ทำไปแล้วและกำลังเร่งจะทำเพิ่มเติมอีกในเรื่องแก้หนี้นอกระบบที่พยายามช่วยลดภาระของประชาชนที่ไปกู้เงินนอกระบบเสียดอกเบี้ยมหาโหด ให้กลับมาใช้เงินกู้ในระบบผ่านธนาคารของรัฐซึ่งช่วยลดดอกเบี้ยลงอย่างมากมาย ทำให้เหลือเงินหล่อเลี้ยงครอบครัวได้มากขึ้นนั้น เป็นแนวทางที่ดี แต่ยังมีจุดอ่อนที่มักถูกหยิบขึ้นมาโจมตีกลางสภาได้ทุกครั้ง

จุดอ่อนที่ว่า คือ เรื่องของ...ความเสี่ยง...ความเสี่ยงที่ลูกหนี้ทั้งหลายอาจจะเบี้ยวหนี้จนทำให้ธนาคารของรัฐต้องแบกรับหนี้เสียจำนวนมากในอนาคต

หยิบเรื่องนี้มาพูดทีไรก็เป็นเรื่องทุกที เพราะหนี้เสียเป็นเรื่องอ่อนไหวของทุกธนาคาร

แม้ว่าโดยข้อเท็จจริงจะมีหนี้เสียเกิดขึ้นบ้าง แต่ถือว่ามีอัตราต่ำมากและส่วนใหญ่ที่ค้างผ่อนชำระก็มีเหตุหลักมาจากการค้าการขายติดขัดจริงๆ ไม่ได้ตั้งใจเบี้ยวหนี้ สามารถพูดได้เต็มปากเต็มคำว่า...คนจนมีความรับผิดชอบหนี้ดีกว่านักธุรกิจรายใหญ่ด้วยซ้ำไป...

แต่ด้วยจำนวนรายที่มากและกระจัดกระจาย อาชีพพ่อค้าแม่ขายหาบแร่แผงลอยมีรายได้ไม่แน่นอนไม่มั่นคงสม่ำเสมอ ย่อมทำให้สังคมเป็นห่วงถึงความเสี่ยงในระยะยาวได้

เรื่องนี้ผมจึงมีแนวคิดที่อยากเสนอให้รัฐบาลลองพิจารณาทำควบคู่กันไประหว่าง...การแก้หนี้นอกระบบและการสร้างเงินออมในระบบ...เพื่อช่วยเหลือพี่น้องประชาชนคนจนระดับรากหญ้าให้มีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น

เงินออมของคนจน...ฟังดูเป็นเรื่องยาก จะเป็นไปได้อย่างไรในขณะที่เขาทั้งหลายต้องหาเช้ากินค่ำ จะเอาเงินที่ไหนไปออม!!

พอทำได้ครับ แต่ต้องมีคนกำกับเสมือนบังคับทางอ้อมเล็กน้อย แนวทางคือ ให้ผ่อนชำระเงินกู้พร้อมกับกันเงินแต่ละเดือนมาฝากประจำไว้ โดยเมื่อรวมยอดที่ต้องผ่อนและต้องฝาก ยังต่ำกว่ายอดจ่ายดอกเบี้ยมหาโหดของหนี้นอกระบบ

ยกตัวอย่างเช่น เจ๊อ้วนขายหอยทอด มีหนี้นอกระบบ 2 แสนบาท โดนดอกเบี้ย 5% ต่อเดือน จ่ายดอกเบี้ยอย่างเดียวไม่รวมเงินต้นเดือนละ 1 หมื่นบาท ถ้าย้ายเข้าธนาคารรัฐตามโครงการของรัฐบาล เจ๊อ้วนจะผ่อนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยแค่เดือนละประมาณ 4,000 บาท ผ่อนก็น้อยกว่า แถมได้ตัดเงินต้นอีกด้วย เงินส่วนที่เหลือเดือนละ 5,0006,000 บาท ถ้าขอกันไว้อีกเดือนละ 1,000 บาท หรือ 2,000 บาท มาเปิดบัญชีฝากประจำไว้กับธนาคารรัฐที่ช่วยรับหนี้ของเจ๊อ้วนไป เปิดทั้งเงินกู้และเงินฝากพร้อมๆ กัน ตัวลูกหนี้ก็ไม่น่ามีปัญหา ยังไงๆ ก็ยังเหลือเงินไว้ใช้จ่ายมากกว่าเดิม ส่วนเงินที่กันไว้ฝากประจำนั้นก็เป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

เจ๊อ้วนจะมีเงินออมเหลือเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น จากในอดีตไม่มีโอกาสเหลือเงินเก็บแม้แต่น้อย

ธนาคารรัฐได้ยอดเงินฝากเพิ่มขึ้น ช่วยลดความเสี่ยงหากลูกหนี้เกิดเหตุสุดวิสัยมีปัญหาการผ่อนชำระ ทำให้ไม่ต้องกันเงินสำรองเต็มจำนวน

เป็นการเพิ่มเงินออมในระบบให้สูงขึ้น สร้างฐานการออมของประเทศได้จำนวนมาก

แนวทางนี้จะช่วย...แก้ไขหนี้นอกระบบ ลดภาระดอกเบี้ยเงินกู้ ควบคู่กับการสร้างเงินออมให้กับประชาชน แต่ขั้นตอนและวิธีปฏิบัติอาจยุ่งยากนิดหน่อยและต้องได้รับความร่วมมือที่ดีจากทุกฝ่าย

การแก้ปัญหาให้กับคนจนเป็นเรื่องใหญ่และเป็นเรื่องยาก แต่เป็นเรื่องที่สมควรต้องทำ

ผลสำเร็จอาจต้องใช้เวลา...รัฐบาลแสดงเจตนาและความมุ่งมั่นเริ่มทำไปแล้ว ก็ขอให้กำลังใจเดินหน้าต่อไป

ข่าวล่าสุด

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน

สมาคมคนตาบอดฉะเชิงเทรา ซึ้งใจเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ไม่ทิ้งกันในยามยาก มอบถุงยังชีพพระราชทาน