posttoday
อลงกรณ์ ชงนายกฯ รื้อโครงสร้างพลังงาน ดัน E20-B20 เป็นเชื้อเพลิงหลัก

อลงกรณ์ ชงนายกฯ รื้อโครงสร้างพลังงาน ดัน E20-B20 เป็นเชื้อเพลิงหลัก

01 พฤศจิกายน 2569

อลงกรณ์ เสนอปฏิรูปพลังงานชีวภาพ ถอดแบบบราซิลใช้ตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับ ดึงผู้ค้าน้ำมันร่วมรับภาระ ตั้งเป้าปั้น E20-B20 ยืนได้ด้วยกลไกตลาดใน 3-4 ปี

KEY

POINTS

  • นายอลงกรณ์ พลบุตร เสนอนายกรัฐมนตรีให้ปรับโครงสร้างพลังงานของประเทศ โดยผลักดันให้น้ำมัน E20 และ B20 เป็นเชื้อเพลิงพื้นฐาน
  • เสนอให้ยกเลิกการอุดหนุนราคาและลดภาษีในระยะสั้น แล้วนำโมเดลตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับ (CBIO) แบบประเทศบราซิลมาปรับใช้แทน
  • กลไกใหม่นี้จะช่วยให้เชื้อเพลิงชีวภาพแข่งขันได้ด้วยตัวเอง สร้างรายได้เพิ่มให้เกษตรกรจากการขายคาร์บอนเครดิต และลดภาระงบประมาณของภาครัฐ

การลดราคาน้ำมันอาจช่วยบรรเทาค่าครองชีพได้ในระยะสั้น แต่โจทย์ระยะยาวของประเทศไทยคือการทำให้เชื้อเพลิงชีวภาพสามารถแข่งขันได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องพึ่งพาการลดภาษีและเงินอุดหนุนจากภาครัฐอย่างต่อเนื่อง

 

นายอลงกรณ์ พลบุตร ผู้ก่อตั้งและประธานกิตติมศักดิ์มูลนิธิสถาบันพลังงานทางเลือกแห่งประเทศไทย (AIT) เปิดเผยว่า การที่รัฐบาลปรับลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E20 ลง 5.60 บาทต่อลิตร และดีเซล B20 ลง 5.50 บาทต่อลิตร พร้อมใช้กลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยพยุงราคา ถือเป็นมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าครองชีพประชาชน ลดต้นทุนขนส่งภาคธุรกิจ และส่งเสริมการใช้เชื้อเพลิงชีวภาพจากผลผลิตเกษตรไทย ทั้งอ้อย มันสำปะหลัง และปาล์มน้ำมัน

 

ทั้งนี้ หลังการปรับลดราคาขายปลีกตั้งแต่วันที่ 28 ต.ค. 2569 ทำให้ E20 และ B20 มีราคาอยู่ที่ลิตรละ 33.50 บาทเท่ากัน โดย B20 ถูกกว่าดีเซลปกติ 10.04 บาทต่อลิตร และ E20 ถูกกว่าแก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ 8.54 บาทต่อลิตร
 

อย่างไรก็ตาม มาตรการดังกล่าวกำหนดระยะเวลาเพียง 3 เดือน หากไม่มีแผนรองรับระยะยาว อาจทำให้การลดราคาครั้งนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ขณะที่รัฐบาลต้องสูญเสียรายได้จากภาษีสรรพสามิตจำนวนมาก และกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังมีความเสี่ยงกลับมาเผชิญแรงกดดันด้านสภาพคล่องเมื่อมาตรการสิ้นสุดลง

 

ชงยุทธศาสตร์ 3 ระยะ ดัน E20-B20 เป็นเชื้อเพลิงหลัก

นายอลงกรณ์เสนอให้รัฐบาลจัดทำยุทธศาสตร์ปรับโครงสร้างพลังงาน ผลักดัน E20 และ B20 ให้เป็นเชื้อเพลิงพื้นฐานของประเทศ โดยลดการพึ่งพามาตรการลดภาษีและเงินอุดหนุนจากภาครัฐ พร้อมเสนอแนวทางดังกล่าวต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน และรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง

 

ข้อเสนอสำคัญคือการนำโมเดล RenovaBio ของบราซิลมาประยุกต์ใช้ เปลี่ยนจากการอุดหนุนราคาน้ำมันหน้าสถานีบริการไปสู่ระบบตลาดคาร์บอนเครดิตภาคบังคับ หรือ Decarbonization Credits (CBIO) ให้ผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพและผู้ค้าน้ำมันฟอสซิลมีส่วนร่วมรับผิดชอบการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

 

3 กลไกสร้างตลาดคาร์บอนเครดิต

 

สำหรับแนวทางที่เสนอให้ประเทศไทยนำมาปรับใช้ ประกอบด้วย 3 กลไก ได้แก่

1. ประเมินการลดคาร์บอนตลอดวงจรผลิตภัณฑ์ (LCA) กำหนดให้โรงงานผลิตเอทานอลและไบโอดีเซลประเมินการลดก๊าซเรือนกระจกตั้งแต่กระบวนการเพาะปลูกจนถึงการใช้งาน โดยโรงงานและเกษตรกรที่ทำเกษตรอย่างยั่งยืน ไม่เผาแปลงอ้อย และใช้พลังงานสะอาด จะได้รับสิทธิออกคาร์บอนเครดิตมากขึ้น

2. บังคับผู้ค้าน้ำมันฟอสซิลร่วมรับภาระ ตามหลัก Polluter Pays Principle กำหนดเป้าหมายลดคาร์บอนภาคบังคับให้ผู้ค้าน้ำมันฟอสซิลต้องซื้อเครดิตจากผู้ผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพผ่านตลาดทุน โดยข้อมูลที่นายอลงกรณ์นำเสนอระบุว่า บราซิลมีมูลค่าซื้อขายหมุนเวียนจากกลไกดังกล่าวกว่า 2-3 หมื่นล้านบาทต่อปี โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินอุดหนุน

3. แบ่งปันผลประโยชน์คืนเกษตรกร เสนอให้ออกกฎหมายกำหนดให้โรงงานจัดสรรรายได้จากการขายคาร์บอนเครดิตคืนสู่เกษตรกรต้นน้ำไม่น้อยกว่า 60% เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ปรับเปลี่ยนวิธีเพาะปลูก ลดการเผาพื้นที่เกษตร ลดฝุ่น PM2.5 และเพิ่มรายได้ให้เกษตรกร

 

นายอลงกรณ์ระบุว่า ประเทศไทยมีพื้นฐานอุตสาหกรรมเกษตรชีวภาพที่แข็งแกร่ง ทั้งด้านวัตถุดิบและกำลังการผลิต หากรัฐบาลเดินหน้าปฏิรูปโครงสร้างพลังงานอย่างจริงจัง จะสามารถเปลี่ยนเชื้อเพลิงชีวภาพจากมาตรการช่วยเหลือด้านราคาให้เป็นกลไกเศรษฐกิจที่สร้างมูลค่าเพิ่มได้ในระยะยาว

 

จึงเสนอให้ดำเนินการ 3 ระยะ ได้แก่ ระยะเตรียมการ ระยะเปลี่ยนผ่าน และระยะพัฒนากลไกตลาดให้สมบูรณ์ภายใน 3-4 ปี เพื่อให้ระบบเชื้อเพลิงชีวภาพขับเคลื่อนด้วยกลไกตลาด ลดการพึ่งพางบประมาณอุดหนุนและการลดภาษีของรัฐบาล

 

เป้าหมายคือการเชื่อมโยงภาคพลังงานกับภาคเกษตรกรรม สร้างตลาดใหม่จากคาร์บอนเครดิต เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร และผลักดันประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างยั่งยืน โดยนายอลงกรณ์ระบุว่า ได้จัดทำรายงานพิเศษฉบับสมบูรณ์เกี่ยวกับข้อเสนอดังกล่าวแล้ว และเตรียมส่งให้นายกรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป

 

ข่าวล่าสุด

ดีเดย์ 1 พ.ย. 69! ยิงแอดต้องยืนยันตัวตน เปิดกติกาใหม่ ETDA สรุปครบ

ดีเดย์ 1 พ.ย. 69! ยิงแอดต้องยืนยันตัวตน เปิดกติกาใหม่ ETDA สรุปครบ