
ศุภจีตั้ง 3 ทีมสกัดขยะพิษผิดกฎหมาย คุมเข้มนำเข้า จี้รายงานผลทุก 10 วัน
ศุภจี เผยนายกฯ ตั้งคณะกรรมการแก้ปัญหา E-Waste และกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย แบ่ง 3 ทีมเร่งปราบปราม คุมการนำเข้า-ส่งออก และแก้กฎหมายเพิ่มโทษผู้กระทำผิด
KEY
POINTS
- ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 3 ทีม เพื่อแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมายอย่างครบวงจร
- ทีมงานทั้ง 3 จะรับผิดชอบด้านการปราบปราม, การออกมาตรการควบคุมการนำเข้า-ส่งออก, และการยกระดับข้อกฎหมายเพื่อเพิ่มโทษผู้กระทำผิด
- สั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผนปฏิบัติการและรายงานความคืบหน้าผลการดำเนินงานทุก 10 วัน
นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ โพสต์เฟซบุ๊ก Suphajee Suthumpun's Post ระบุว่า ได้ประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) และกากอุตสาหกรรมผิดกฎหมาย หลังประชาชนมีความกังวลเรื่องการลักลอบนำเข้าและฝังกลบขยะอันตราย ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว
นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับปัญหาดังกล่าว โดยลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาขยะอิเล็กทรอนิกส์ และมอบหมายให้นางศุภจีเป็นประธาน เพื่อประสานการทำงานระหว่างกระทรวงพาณิชย์ อุตสาหกรรม คลัง มหาดไทย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นางศุภจีระบุว่า ที่ผ่านมาหน่วยงานต่าง ๆ ตรวจสอบและปราบปรามปัญหาตามอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว แต่ปัญหานี้เกี่ยวข้องกับหลายขั้นตอน ตั้งแต่การนำเข้า การจดทะเบียนธุรกิจ การดำเนินงานของโรงงาน การขนส่ง ไปจนถึงการกำจัดของเสีย จึงต้องยกระดับการทำงานร่วมกันให้เชื่อมโยงข้อมูลและแก้ปัญหาได้ครบวงจร
ที่ประชุมได้วางแนวทางดำเนินงานผ่านคณะทำงานเฉพาะกิจ 3 ทีม ครอบคลุมระยะสั้น กลาง และยาว ได้แก่
1. ทีมปราบปรามและการค้าผิดกฎหมาย เน้นแก้ปัญหาเร่งด่วนและลดผลกระทบต่อประชาชน แบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกนำโดยกระทรวงอุตสาหกรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบโรงงานที่เกี่ยวข้องกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และกากอุตสาหกรรม ส่วนชุดที่สองนำโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ติดตามและแก้ไขปัญหาตามข้อร้องเรียนของประชาชน โดยประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการกับผู้กระทำผิด
2. ทีมกำหนดมาตรการควบคุมการนำเข้าและส่งออก นำโดยกรมศุลกากรและกรมการค้าต่างประเทศ มุ่งป้องกันปัญหาตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการตรวจสอบกระบวนการนำเข้าและส่งออก ทบทวนหลักเกณฑ์และมาตรการทางกฎหมาย เพื่อปิดช่องโหว่ที่อาจถูกใช้หลีกเลี่ยงกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือของเสียอันตรายผิดกฎหมายเข้าประเทศ
3. ทีมยกระดับมาตรการทางกฎหมาย มุ่งแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง โดยทบทวนและปรับปรุงกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะการเพิ่มอัตราโทษทางอาญาและยกระดับการบังคับใช้กฎหมายให้เหมาะสมกับความรุนแรงของการกระทำผิด เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างเด็ดขาดและป้องกันการกระทำผิดซ้ำ
นางศุภจีกล่าวว่า ทั้ง 3 ทีมจะทำงานเชื่อมโยงกัน โดยระยะสั้นเร่งจัดการปัญหาที่เกิดขึ้น ระยะกลางปิดช่องโหว่การควบคุมและป้องกันการลักลอบนำเข้า ส่วนระยะยาวปรับปรุงกฎหมายและกลไกบังคับใช้ให้เข้มแข็ง เพื่อให้การแก้ปัญหาเกิดผลอย่างยั่งยืน
นอกจากนี้ ได้ขอให้ทุกหน่วยงานจัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan) ระบุให้ชัดว่าจะทำอะไร ใครรับผิดชอบ และมีกรอบเวลาเท่าใด พร้อมรายงานผลและความคืบหน้าทุก 10 วันนับจากนี้ เพื่อให้ติดตามผลในทางปฏิบัติและเร่งแก้ไขอุปสรรคได้ทันเวลา







