
ทำไม "หนังสือเล่ม" ยังไม่ตาย! เปิด 5 ประเภทหนังสือขายดี Gen Z ดันตลาดอ่านโต
หนังสือเล่มยังไม่ตาย! เปิด 5 หมวดหนังสือยอดนิยม Gen Z แห่ร่วมงานกว่า 1.4 ล้านคน ดันยอดขายทะลุ 500 ล้านบาท สะท้อนตลาดสิ่งพิมพ์ไทยยังมีอนาคต
KEY
POINTS
- กลุ่มผู้อ่าน Gen Z กลายเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดหนังสือ โดยเป็นกลุ่มผู้เข้าชมงานมหกรรมหนังสือฯ ในสัดส่วนสูงที่สุด (44.60%) ซึ่งพิสูจน์ว่าคนรุ่นใหม่ยังคงซื้อและอ่านหนังสือเล่ม
- หนังสือ 5 ประเภทที่ได้รับความนิยมสูงสุดในกลุ่มนักอ่าน ได้แก่ การ์ตูนและมังงะ, นิยาย (โดยเฉพาะแนว Romantasy และสืบสวนสอบสวน), หนังสือจิตวิทยาและให้กำลังใจ, หนังสือพัฒนาตนเอง และคู่มือเตรียมสอบ
- หนังสือเล่มเปลี่ยนบทบาทจากสื่อสำหรับอ่านสู่การเป็น "ของสะสม" ที่มีคุณค่าทางประสบการณ์และจิตใจ โดยอาศัยจุดแข็งด้านการออกแบบปก คุณภาพการผลิต และฉบับพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งที่ E-book ไม่สามารถทดแทนได้
ประเด็นที่น่าสนใจของงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ไม่ใช่แค่ยอดขายทะลุ 500 ล้านบาท
แต่คือคำถามที่ว่า ในวันที่คนอ่านหนังสือผ่านหน้าจอมากขึ้น เหตุใดหนังสือเล่มจึงกลับมาขายดี และหนังสือประเภทไหนที่ยังดึงดูดให้คนยอมจ่ายเงินซื้อฉบับกระดาษ?
การกลับมาของหนังสือเล่มในยุคดิจิทัลอาจไม่ได้หมายถึงการเอาชนะ E-book แต่เป็นการเปลี่ยนบทบาทจากสื่อสำหรับอ่านเพียงอย่างเดียว สู่สินค้าที่มีคุณค่าทั้งด้านเนื้อหา ประสบการณ์ และการสะสม
เมื่อผลมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 ทำยอดขายทะลุ 500 ล้านบาท พร้อมเผยประเภทหนังสือที่ยังครองใจนักอ่าน ตั้งแต่การ์ตูน นิยายสืบสวน ไปจนถึง Romantasy
ภาพคนรุ่นใหม่เดินเลือกซื้อหนังสือ จับจองนิยายปกใหม่ และตามหาหนังสือฉบับพิเศษในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่ทำให้ต้องกลับมามองอุตสาหกรรมสิ่งพิมพ์ไทยใหม่อีกครั้ง
หลังหลายปีที่ผ่านมา หนังสือเล่มถูกตั้งคำถามว่าจะอยู่รอดได้หรือไม่ เมื่อ E-book และแพลตฟอร์มอ่านหนังสือออนไลน์เข้ามาเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค
แต่ผลการจัดงานระหว่างวันที่ 23 ตุลาคม – 1 พฤศจิกายน 2569 กลับสะท้อนภาพที่แตกต่างออกไป โดยสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) เปิดเผยว่า มีผู้เข้าชมงานกว่า 1.4 ล้านคน
และมียอดซื้อขายสะพัดมากกว่า 500 ล้านบาท เติบโตเกือบ 10% จากการจัดงานครั้งก่อน ขณะที่กลุ่ม Gen Z มีสัดส่วนผู้เข้าชมสูงถึง 44.60% มากที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มวัยอื่น
ตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียงความสำเร็จของงานแสดงหนังสือ แต่ยังสะท้อนว่าคนรุ่นใหม่ยังมีความต้องการอ่านและซื้อหนังสือ แม้จะเติบโตมาในยุคที่สามารถเข้าถึงเนื้อหาผ่านหน้าจอได้แทบทุกเวลา
เปิด 5 ประเภทหนังสือที่นักอ่านยังตามหา
ข้อมูลสำรวจความนิยมในการเลือกอ่านและซื้อหนังสือจากงานมหกรรมหนังสือฯ ครั้งที่ 31 ซึ่งนับรวมทั้งหนังสือรูปเล่มและ E-book และเปิดให้ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกได้หลายคำตอบ พบว่า หนังสือที่ได้รับความนิยม 5 อันดับแรก ได้แก่
อันดับ 1 การ์ตูนและมังงะ 38.19%
การ์ตูนยังเป็นหมวดที่ครองความนิยมสูงสุด โดยเฉพาะในกลุ่มนักอ่านรุ่นใหม่ ซึ่งมีทั้งฐานแฟนการ์ตูนญี่ปุ่น นิยายภาพ และผลงานที่ต่อยอดจากสื่อบันเทิงอื่น ๆ จุดแข็งของหนังสือประเภทนี้คือการเล่าเรื่องผ่านภาพและตัวละครที่สร้างฐานแฟนคลับได้ต่อเนื่อง
อันดับ 2 นิยายและวรรณกรรม 31.94%
นิยายยังเป็นอีกหนึ่งหมวดสำคัญ โดยเฉพาะแนวสยองขวัญและสืบสวนสอบสวน รวมถึงแฟนตาซี Light Novel นิยายรัก นิยายวาย และนิยายยูริ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในมิติยอดขาย นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายก PUBAT ระบุว่า กลุ่มนิยายและวรรณกรรมเป็นหนึ่งในหมวดที่ทำยอดขายสูงสุดและสร้างสถิติใหม่ โดยเฉพาะนิยายแนว Romantasy หรือโรแมนติกแฟนตาซี ซึ่งผสมผสานเรื่องราวความรักเข้ากับโลกแฟนตาซี ตลอดจนแนวสืบสวนสอบสวนที่มีฐานผู้อ่านขยายตัวต่อเนื่อง
อันดับ 3 จิตวิทยาและหนังสือให้กำลังใจ 24.54%
หนังสือที่เกี่ยวข้องกับการทำความเข้าใจตนเอง การจัดการอารมณ์ และการรับมือกับปัญหาในชีวิตยังเป็นที่สนใจของนักอ่าน สะท้อนความต้องการเนื้อหาที่นำไปปรับใช้กับชีวิตประจำวันได้
อันดับ 4 หนังสือพัฒนาตนเอง (How to) 20.30%
หนังสือที่ให้แนวทางแก้ปัญหาและพัฒนาทักษะเฉพาะด้านยังมีฐานผู้อ่าน โดยเนื้อหาครอบคลุมตั้งแต่การทำงาน ความสัมพันธ์ ไปจนถึงการจัดการความเครียด อย่างไรก็ตาม PUBAT ระบุว่าหนังสือกลุ่มนี้มีข้อจำกัดด้านการออกหนังสือใหม่ เพราะผู้อ่านมักเลือกซื้อเฉพาะเนื้อหาที่ตรงกับความต้องการของตนเอง
อันดับ 5 ตำราเรียนและคู่มือเตรียมสอบ 19.94%
หนังสือเพื่อการศึกษาและเตรียมสอบยังมีความต้องการในตลาด เนื่องจากเป็นเนื้อหาที่ผู้อ่านนำไปใช้เพื่อเป้าหมายเฉพาะ ทั้งการเรียน การสอบ และการพัฒนาความรู้
ทั้งนี้ ตัวเลขทั้ง 5 หมวดเป็นสัดส่วนความนิยมจากแบบสำรวจ ไม่ใช่ส่วนแบ่งยอดขายของแต่ละประเภทโดยตรง จึงไม่ควรตีความว่าการ์ตูนมียอดขายสูงกว่านิยายในสัดส่วนเดียวกัน
หนังสือเล่มไม่ได้ตาย แต่กำลังเปลี่ยนจากของอ่านเป็นของสะสม
คำถามสำคัญคือ เมื่อ E-book สามารถตอบโจทย์การอ่านได้สะดวกกว่า ไม่ต้องพกหนังสือหลายเล่ม และเข้าถึงเนื้อหาได้ทันที เหตุใดผู้บริโภคยังยอมจ่ายเงินซื้อหนังสือรูปเล่ม?
คำอธิบายส่วนหนึ่งอยู่ที่พฤติกรรมผู้บริโภคที่ไม่ได้มองหนังสือเป็นเพียงสื่อสำหรับถ่ายทอดเนื้อหาอีกต่อไป แต่ยังให้คุณค่ากับประสบการณ์ที่ได้จากการครอบครองหนังสือจริง
นายณัฐกร วุฒิชัยพรกุล นายกสมาคมผู้จัดพิมพ์และผู้จำหน่ายหนังสือแห่งประเทศไทย (PUBAT) ระบุว่า หนังสือเล่มยังมีจุดแข็งด้านการออกแบบปก เนื้อสัมผัสกระดาษ และคุณภาพการผลิต สำนักพิมพ์จึงพัฒนาหนังสือให้มีความแตกต่างมากขึ้น
ทั้งฉบับพิเศษสำหรับนักสะสม การออกแบบปกเฉพาะ และการตกแต่งขอบกระดาษให้เป็นลวดลาย ซึ่งกลายเป็นองค์ประกอบที่เพิ่มคุณค่าทางจิตใจให้กับผู้ซื้อ
ปรากฏการณ์ดังกล่าวยังทำให้เกิดการแข่งขันด้านการผลิตหนังสือรูปเล่มมากขึ้น โดยนายณัฐกรเปิดเผยว่า โรงพิมพ์บางแห่งต้องลงทุนซื้อเครื่องจักรเพิ่มเติมเพื่อรองรับความต้องการผลิตหนังสือที่มีการตกแต่งขอบกระดาษเป็นพิเศษ
นั่นหมายความว่า หนังสือเล่มกำลังแข่งขันด้วยคุณค่าที่มากกว่าการนำเสนอเนื้อหา เพราะแม้ผู้อ่านจะสามารถอ่านเรื่องเดียวกันผ่านหน้าจอได้ แต่หนังสือฉบับสะสมยังมีความแตกต่างในแง่การออกแบบ ความสวยงาม และความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ
E-book ไม่ได้แทนที่หนังสือเล่ม แต่ตลาดกำลังแยกบทบาท
ข้อมูลที่ The Nation นำเสนอเมื่อเดือนตุลาคม 2568 โดยอ้างอิงผลการศึกษาร่วมกับมหาวิทยาลัยศิลปากร ระบุว่า คนไทยใช้เวลาอ่านเฉลี่ย 159 นาทีต่อวัน แบ่งเป็นการอ่านผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์และโซเชียลมีเดีย 100 นาที และอ่านหนังสือรูปเล่ม 59 นาที ขณะที่ E-book มีสัดส่วนประมาณ 20% ของเวลาอ่านทั้งหมด และมีอัตราเติบโต 5–6% ต่อปีในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา
ข้อมูลนี้สะท้อนว่า การอ่านผ่านหน้าจอมีบทบาทเพิ่มขึ้นจริง แต่ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มจะหายไปจากตลาด เพราะสื่อทั้งสองรูปแบบตอบโจทย์การใช้งานต่างกัน
E-book ได้เปรียบด้านความสะดวก การพกพา และการเข้าถึง ส่วนหนังสือเล่มยังมีคุณค่าด้านประสบการณ์การอ่าน การครอบครอง และการสะสม โดยเฉพาะหนังสือที่มีฐานแฟนคลับหรือมีการผลิตฉบับพิเศษ
อีกด้านหนึ่ง การเติบโตของนักรีวิวหนังสือและคอนเทนต์บนแพลตฟอร์มออนไลน์ยังกลายเป็นแรงส่งสำคัญให้ตลาดหนังสือ ผู้บริโภคสามารถค้นหาหนังสือใหม่ อ่านรีวิว และติดตามคำแนะนำจากนักอ่านก่อนตัดสินใจซื้อ ขณะที่กระแสจากโซเชียลมีเดียยังช่วยสร้างความต้องการหนังสือบางประเภทให้ขยายไปสู่กลุ่มผู้อ่านใหม่
อุตสาหกรรมหนังสือไทยกำลังหาทางเติบโตในตลาดที่เปลี่ยนไป
ผลจากงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 31 จึงไม่ได้บอกว่าหนังสือเล่มกลับมาชนะ E-book แต่ชี้ให้เห็นว่าอุตสาหกรรมหนังสือกำลังปรับตัวไปสู่ตลาดที่มีช่องทางการอ่านหลากหลายขึ้น
การ์ตูน นิยายสืบสวนสอบสวน Romantasy และหนังสือจิตวิทยา ยังคงมีฐานผู้อ่านที่ชัดเจน ขณะที่หนังสือเล่มกำลังสร้างความแตกต่างด้วยคุณภาพการผลิตและรูปแบบที่ตอบโจทย์นักสะสม
สิ่งที่น่าสนใจที่สุดคือ คนรุ่นใหม่ไม่ได้หันหลังให้หนังสืออย่างที่หลายคนกังวล เพราะ Gen Z กลายเป็นกลุ่มผู้เข้าร่วมงานสัดส่วนสูงสุดถึง 44.60%
ดังนั้น คำถามของอุตสาหกรรมหนังสือในวันนี้อาจไม่ใช่หนังสือเล่มจะตายหรือไม่ แต่เป็นสำนักพิมพ์จะสร้างเนื้อหาและประสบการณ์แบบใดให้คนอ่านรู้สึกว่าหนังสือหนึ่งเล่มมีคุณค่ามากพอที่จะซื้อมาเก็บไว้ในมือ ท่ามกลางโลกที่เนื้อหาสามารถอยู่บนหน้าจอได้ทุกที่..







