
เดอะ ฟอเรสเทียส์ มิกซ์ยูส Wellgevity ปั้นป่า สู่เมืองสุขภาวะ
MQDC เปิดตัว เดอะ ฟอเรสเทียส์ โครงการมิกซ์ยูสชูแนวคิด Wellgevity เชื่อมระบบนิเวศ สุขภาวะ และธรรมชาติ ผืนป่า 30 ไร่ ตอบโจทย์การอยู่อาศัยของคนในทุกเจเนอเรชัน
KEY
POINTS
- โครงการเดอะ ฟอเรสเทียส์ เป็นโครงการมิกซ์ยูสที่พัฒนาขึ้นภายใต้แนวคิด "Wellgevity" โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างเมืองแห่งสุขภาวะที่ดี
- จุดเด่นคือการสร้างผืนป่าขนาด 30 ไร่ใจกลางโครงการ เพื่อเป็นโครงสร้างพื้นฐานหลักที่ส่งเสริมระบบนิเวศและความหลากหลายทางชีวภาพ
- ออกแบบที่อยู่อาศัยเพื่อเชื่อมโยงการใช้ชีวิตของคนหลายวัย (4 Generations) เข้าด้วยกัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่ส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ในชุมชน
'เดอะ ฟอเรสเทียส์' พลิกเกมมิกซ์ยูส ปั้นป่า 30 ไร่ สู่เมือง Wellgevity
นิยามการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยุคใหม่กำลังเปลี่ยนผ่านจากการแข่งขันด้านทำเล ราคา หรือสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐาน
ไปสู่การสร้างคุณค่าทางสุขภาวะและการออกแบบสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้ผู้คนใช้ชีวิตได้อย่างยั่งยืน
บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) จึงได้เปิดตัวโครงการ เดอะ ฟอเรสเทียส์ (The Forestias) โครงการมิกซ์ยูสระดับเมกะโปรเจกต์บนทำเลบางนา-ตราด กม. 7
เพื่อเป็นต้นแบบการอยู่อาศัยภายใต้แนวคิด "A Complete Ecosystem for Wellgevity Habitat"
Wellgevity เกิดจากการหลอมรวม 3 องค์ประกอบหลักเข้าด้วยกัน คือ Well-Being (สุขภาวะที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ), Longevity (การมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ) และ Habitat (ถิ่นที่อยู่อาศัยที่สมบูรณ์)
จุดเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ที่ต้องการแก้ไขปัญหาของเมืองยุคใหม่ ทั้งความเสื่อมโทรมของธรรมชาติ ความเครียด ช่องว่างระหว่างวัย และการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย
ผืนป่ามิยาวากิ 30 ไร่: ธรรมชาติในฐานะโครงสร้างพื้นฐานเมือง
สิ่งที่สร้างความแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญให้กับ เดอะ ฟอเรสเทียส์ คือการกำหนดให้ธรรมชาติเป็น "โครงสร้างพื้นฐาน" (Infrastructure) หลักของโครงการ
โดยการปลูกและฟื้นฟูผืนป่าธรรมชาติขนาด 30 ไร่ (ประมาณ 48,000 ตารางเมตร หรือ 45% ของพื้นที่โครงการ) ใจกลางพื้นที่มิกซ์ยูสด้วยเทคนิคมิยาวากิ (Miyawaki)
จากผลการสำรวจ ณ วันที่ 4 ตุลาคม 2569 พบว่า ผืนป่าแห่งนี้กลายเป็นระบบนิเวศที่มีชีวิตอย่างแท้จริง โดยเกื้อหนุนความหลากหลายทางชีวภาพรวม 714 ชนิด แบ่งเป็นพรรณไม้ 533 ชนิด และสัตว์ป่า 181 ชนิด (อาทิ นก 47 ชนิด แมลงและสัตว์ขาปล้อง 80 ชนิด)
สะท้อนให้เห็นว่าการออกแบบเมืองที่เหมาะสมสามารถทำให้มนุษย์และธรรมชาติเติบโตไปพร้อมกันได้
4 แกนยุทธศาสตร์และการอยู่อาศัยสำหรับ 4 เจเนอเรชัน
การพัฒนาโครงการขับเคลื่อนผ่าน 4 แกนยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่
- 500 Shades of Nature: การฟื้นฟูผืนป่าให้เป็นใจกลางของระบบนิเวศเมือง
- Connecting 4 Generations: การออกแบบสถาปัตยกรรมที่เปิดโอกาสให้คนหลายวัยใช้ชีวิตร่วมกัน
- Community of Dreams: การสร้างพื้นที่ส่วนกลางและสาธารณูปโภคเพื่อส่งเสริมปฏิสัมพันธ์ในชุมชน
- Sustainnovation for Well-Being: การใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนความยั่งยืนและสุขภาวะระยะยาว
นอกจากนี้ โครงการยังแบ่งพื้นที่อยู่อาศัยเพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย ได้แก่
Whizdom The Forestias: คอนโดมิเนียมสำหรับคนรุ่นใหม่และครอบครัว รวมถึงอาคาร Petopia ที่ออกแบบสำหรับผู้เลี้ยงสัตว์
Mulberry Grove The Forestias: ที่อยู่อาศัยระดับซูเปอร์ลักชัวรีและอัลตราลักชัวรี (Low-Rise และ Cluster Home) ร่วมออกแบบโดย Foster + Partners เพื่อเชื่อมความสัมพันธ์ของครอบครัวขยาย
The Aspen Tree: ที่อยู่อาศัยและศูนย์ดูแลผู้สูงวัยแบบองค์รวม ซึ่งร่วมมือกับ Baycrest ประเทศแคนาดา ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพสมองและการดูแลผู้สูงอายุระดับโลก
Happitat: ศูนย์รวมไลฟ์สไตล์รีเทล ร้านอาหาร และกิจกรรมชุมชน
ตอบโจทย์เป้าหมาย ESG ด้วยนวัตกรรมที่วัดผลได้
เดอะ ฟอเรสเทียส์ นำเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (SDGs) มาปฏิบัติจริงผ่านโครงการสาธารณูปโภคส่วนกลาง Central Utility Plant (CUP) ร่วมกับระบบพลังงานแสงอาทิตย์ ซึ่งตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 30,000 ตัน CO₂e ต่อปี
พร้อมวางระบบการจัดการน้ำแบบ Net Zero Discharge เพื่อหมุนเวียนน้ำใช้ภายในโครงการโดยไม่ปล่อยน้ำทิ้งสู่ระบบระบายน้ำของเมือง
รวมถึงการสร้างทางเดินลอยฟ้า Canopy Walk สูง 8-12 เมตร เพื่อเปิดให้ผู้คนได้สัมผัสธรรมชาติอย่างใกล้ชิด







