
เอกนิติ เบรกเก็บภาษีเดินทางนอกประเทศ พยุงท่องเที่ยว หวั่นซ้ำเติมธุรกิจ-คนเดินทาง
เอกนิติชะลอเก็บภาษีเดินทางออกนอกประเทศ ขอประเมินจังหวะที่เหมาะสม หวังรักษาบรรยากาศท่องเที่ยวไตรมาส 4 หลังไทยได้รับกระแสตอบรับดีจากเวที IMF-ธนาคารโลก หวั่นเพิ่มภาระสายการบินและผู้เดินทาง
KEY
POINTS
- กระทรวงการคลังตัดสินใจชะลอการพิจารณาจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรออกไปก่อน
- เพื่อรักษาบรรยากาศและส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศให้เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี
- เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระและซ้ำเติมค่าใช้จ่ายของประชาชนและผู้ประกอบการ ในช่วงที่ต้นทุนยังมีความผันผวน
จากกรณีกระทรวงการคลังเปิดรับฟังความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ. ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักร ระหว่างวันที่ 30 ก.ย.-29 ต.ค. 2569 ซึ่งกำหนดให้ผู้เดินทางต้องเสียภาษีทุกครั้งที่เดินทางออกนอกราชอาณาจักร ในอัตราที่กำหนดโดยกฎกระทรวง แต่ไม่เกินครั้งละ 5,000 บาท
ล่าสุด นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลังตัดสินใจชะลอการจัดเก็บภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรไว้ก่อน เนื่องจากต้องการรักษาบรรยากาศการท่องเที่ยวของไทยให้เติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 4 ซึ่งเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวสำคัญ หลังไทยเพิ่งเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระดับนานาชาติ ทั้งการประชุมกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนานาประเทศ
“ได้หารือกับกรมสรรพากรแล้ว และตัดสินใจว่าเรื่องนี้คงยังไม่ทำในตอนนี้ เพราะต้องการให้บรรยากาศการท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไป โดยใช้โอกาสที่กระแสจากการประชุม World Bank และ IMF ออกมาดี ทั่วโลกมีความต้องการเดินทางกลับมา เราจึงต้องการรักษาบรรยากาศที่ดีนี้ให้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง”
นายเอกนิติกล่าวว่า จากการเข้าร่วมประชุมรัฐมนตรีคลังเอเปค (APEC FMM) ครั้งที่ 33 ที่ฮ่องกง หลายประเทศสะท้อนว่าต้องการกลับมาท่องเที่ยวประเทศไทย จึงมองว่าการท่องเที่ยวในไตรมาส 4 ปีนี้ของไทย มีแนวโน้มคึกคัก กระทรวงการคลังจึงเห็นว่ายังไม่ใช่จังหวะที่จะนำภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรมาใช้
ขณะเดียวกัน สถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางยังส่งผลต่อต้นทุนพลังงานและการดำเนินงานของสายการบิน ซึ่งภาคธุรกิจได้เข้าหารือถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น กระทรวงการคลังจึงต้องประเมินสถานการณ์ให้ชัดเจนก่อน โดยไม่เพิ่มภาระให้ผู้เดินทางและผู้ประกอบการในช่วงที่ต้นทุนยังผันผวน
สำหรับระยะเวลาที่จะกลับมาพิจารณาจัดเก็บภาษีดังกล่าว นายเอกนิติระบุว่า ยังต้องติดตามสถานการณ์ เนื่องจากไม่ต้องการให้ภาระที่เกิดขึ้นกระทบต่อผู้เดินทางและสายการบินมากเกินไป โดยเฉพาะเมื่อการเดินทางระหว่างประเทศมีทั้งขาเข้าและขาออก หากมีการจัดเก็บภาษีขาออกเพิ่มขึ้นในช่วงนี้ อาจกลายเป็นภาระซ้ำเติมภาคธุรกิจและผู้เดินทาง
ทั้งนี้ นายเอกนิติย้ำว่า ภาษีการเดินทางออกนอกราชอาณาจักรที่กรมสรรพากรเปิดรับฟังความคิดเห็น เป็นคนละส่วนกับค่าธรรมเนียมการเดินทางเข้าประเทศไทย 450 บาท ซึ่งอยู่ภายใต้การดูแลของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดยการชะลอครั้งนี้เป็นเรื่องของภาษีขาออก ไม่ใช่การยกเลิกค่าธรรมเนียมขาเข้า







