
รฟท. ฟ้องกลุ่ม CP ค้างจ่ายค่าเดินรถแอร์พอร์ตลิงก์ 1.3 หมื่นล้าน
รฟท. ยื่นฟ้องเอเชีย เอรา วัน กลุ่ม CP และผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย เรียกหนี้ค่าสิทธิแอร์พอร์ตลิงก์พร้อมดอกเบี้ย 13,335 ล้านบาท ยืนยันเดินรถปกติ รฟท. ฟ้องกลุ่ม CP ทวงหนี้แอร์พอร์ตลิงก์กว่า 1.3 หมื่นล้านบาท
KEY
POINTS
- รฟท. ยื่นฟ้องบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ซึ่งมีกลุ่มซีพีเป็นผู้ถือหุ้นหลัก กรณีค้างชำระค่าสิทธิร่วมลงทุนโครงการแอร์พอร์ต เรล ลิงก์
- มูลหนี้ที่ฟ้องร้องมีจำนวนรวมกว่า 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นยอดค้างชำระมาตั้งแต่ปี 2564 ประกอบด้วยเงินต้นและดอกเบี้ยผิดนัด
- การฟ้องร้องครอบคลุมผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย ได้แก่ บริษัทคู่สัญญา ธนาคารผู้ค้ำประกัน และกลุ่มบริษัทผู้ถือหุ้นหลักที่ออกหนังสือรับประกัน
การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เดินหน้าดำเนินคดีกับบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด เอกชนคู่สัญญาโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน
มีกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เป็นผู้ถือหุ้นหลัก พร้อมธนาคารผู้ค้ำประกันและผู้เกี่ยวข้องรวม 8 ราย เพื่อเรียกชำระหนี้ค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในโครงการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (Airport Rail Link: ARL) พร้อมดอกเบี้ยผิดนัด รวมกว่า 13,335 ล้านบาท
รฟท. เปิดเผยว่า ได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลางเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 หลังจากติดตามทวงถามหนี้และดำเนินกระบวนการระงับข้อพิพาทตามสัญญาแล้ว แต่ไม่สามารถหาข้อยุติร่วมกับเอกชนคู่สัญญาได้ จึงจำเป็นต้องใช้สิทธิทางกฎหมายเพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ
เปิดที่มาหนี้ 1.3 หมื่นล้าน ค้างชำระตั้งแต่ปี 2564
ข้อพิพาทดังกล่าวมีจุดเริ่มต้นจากสัญญาร่วมลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ซึ่ง รฟท. ลงนามกับบริษัท รถไฟความเร็วสูงสายตะวันออกเชื่อมสามสนามบิน จำกัด เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2562 ก่อนเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด
ภายใต้สัญญา เอกชนมีหน้าที่ชำระค่าให้สิทธิร่วมลงทุนในแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ให้แก่ รฟท. จำนวน 10,671.09 ล้านบาท ภายใน 2 ปี โดยครบกำหนดชำระวันที่ 24 ตุลาคม 2564
อย่างไรก็ตาม รฟท. ระบุว่าเอกชนยังไม่ชำระเงินตามกำหนด ส่งผลให้เกิดดอกเบี้ยผิดนัดสะสม และนำไปสู่การฟ้องร้องครั้งนี้
มูลหนี้ที่ รฟท. เรียกร้อง ณ วันยื่นฟ้อง
เงินต้นค้างชำระ 10,671.09 ล้านบาท
ดอกเบี้ยผิดนัด 2,664.85 ล้านบาท
ยอดฟ้องเรียกร้องรวม 13,335.94 ล้านบาท
เงินต้น 80%
ดอกเบี้ย 20%
เปิดรายชื่อ 8 ผู้ถูกฟ้อง CP ถือหุ้นใหญ่ 70%
การฟ้องร้องครั้งนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะบริษัท เอเชีย เอรา วัน ในฐานะลูกหนี้ชั้นต้น แต่ครอบคลุมธนาคารผู้ค้ำประกันและบริษัทผู้ถือหุ้นที่ออกหนังสือรับประกันตามสัญญา รวม 8 ราย แบ่งเป็น 3 กลุ่ม
1. เอกชนคู่สัญญา 1 ราย
บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ในฐานะลูกหนี้ชั้นต้น ถูกเรียกชำระเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยผิดนัดรวม 13,335.94 ล้านบาท
2. ธนาคารผู้ค้ำประกัน 2 ราย
- ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) วงเงินค้ำประกัน 1,000 ล้านบาท
- ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) วงเงินค้ำประกัน 1,000 ล้านบาท
3. บริษัทผู้ออกหนังสือรับประกัน 5 ราย
- เจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง (CP) สัดส่วนลงทุน 70%
- ไชน่า เรลเวย์ คอนสตรั๊คชั่น คอร์ปอเรชั่น สัดส่วนลงทุน 10%
- ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ (BEM) สัดส่วนลงทุน 10%
- ช.การช่าง (CK) สัดส่วนลงทุน 5%
- อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) สัดส่วนลงทุน 5%
บริษัททั้ง 5 รายมีภาระตามหนังสือรับประกันเพื่อชดใช้ค่าเสียหายจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาของเอกชนคู่สัญญา โดยมีวงเงินสูงสุดตามเงื่อนไขหนังสือรับประกันและสัดส่วนการลงทุน
ทั้งนี้ วงเงินค้ำประกันและหนังสือรับประกันเป็นหลักประกันภาระตามสัญญา ไม่ใช่หนี้เพิ่มเติมที่นำมาบวกกับยอดฟ้อง 13,335.94 ล้านบาทโดยตรง
รฟท. ยืนยันแอร์พอร์ตลิงก์เปิดให้บริการปกติ
รฟท. ยืนยันว่า การดำเนินคดีครั้งนี้เป็นการรักษาสิทธิและผลประโยชน์ของรัฐตามสัญญาร่วมลงทุน โดยจะดำเนินการอย่างรอบคอบและเป็นธรรม พร้อมคำนึงถึงผลกระทบต่อประชาชน
สำหรับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ยังคงเปิดให้บริการตามตารางเดินรถปกติ ไม่มีการหยุดหรือเปลี่ยนแปลงการให้บริการจากข้อพิพาทดังกล่าว โดย รฟท. ยืนยันให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความสะดวกของผู้โดยสาร







