
ส.อ.ท. ดันพลังงานสะอาด ลดต้นทุนอุตสาหกรรม รับการแข่งขันโลก
ส.อ.ท. ชู Thailand Pragmatic Energy Transition เร่งเปลี่ยนผ่านพลังงานอย่างสมดุล รัฐปักหมุดโซลาร์ 28,000 MW เปิดทาง Direct PPA ลดต้นทุนธุรกิจ
KEY
POINTS
- ส.อ.ท. ผลักดันแนวคิด “การเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ทำได้จริง” (Pragmatic Energy Transition) เพื่อช่วยภาคอุตสาหกรรมลดต้นทุนการผลิตและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- การเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดเป็นแนวทางรับมือกับความผันผวนของราคาพลังงานโลก ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และกติกาการค้าด้านสิ่งแวดล้อม
- แนวทางการเปลี่ยนผ่านต้องคำนึงถึงความพร้อมและไม่สร้างภาระแก่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs โดยเน้นการเข้าถึงเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนได้จริง
ส.อ.ท. ชูเปลี่ยนผ่านพลังงานที่ทำได้จริง ลดต้นทุนอุตสาหกรรมไทย
ท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานโลก ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันจากกติกาการค้าด้านสิ่งแวดล้อม
ภาคอุตสาหกรรมไทยกำลังเผชิญโจทย์สำคัญในการลดต้นทุนการผลิต ควบคู่กับการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันระยะยาว
สถาบันพลังงานเพื่ออุตสาหกรรม สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จึงผลักดันแนวคิด “Thailand Pragmatic Energy Transition” หรือการเปลี่ยนผ่านพลังงานที่สอดคล้องกับศักยภาพและความพร้อมของประเทศ
โดยสร้างสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงาน ต้นทุนที่แข่งขันได้ และความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
แนวทางดังกล่าวเป็นประเด็นหลักของงานสัมมนาวิชาการ Energy Symposium 2026 ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 21 เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพื่อเชื่อมโยงนโยบายพลังงานกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม และผลักดันเทคโนโลยีที่สามารถนำไปใช้ได้จริง
ส.อ.ท. ชี้เปลี่ยนผ่านพลังงานต้องไม่เพิ่มภาระ SMEs
นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ภาคอุตสาหกรรมไทยเผชิญแรงกดดันทั้งจากเศรษฐกิจโลก ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ และราคาพลังงานที่ไม่แน่นอน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิต
ขณะเดียวกัน ผู้ประกอบการต้องเร่งปรับตัวสู่พลังงานสะอาด เพื่อรองรับเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero) ของประเทศภายในปี 2050
อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนผ่านพลังงานไม่ควรมุ่งเพียงความรวดเร็ว แต่ต้องคำนึงถึงต้นทุนและความพร้อมของผู้ประกอบการ โดยเฉพาะ SMEs ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของห่วงโซ่อุตสาหกรรมไทย
แนวคิด Thailand Pragmatic Energy Transition จึงให้ความสำคัญกับการเข้าถึงพลังงานสะอาด เทคโนโลยี และนวัตกรรมที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ลดต้นทุน และรักษาความสามารถในการแข่งขัน
โดยสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ The New Chapter of Thai Industry และยุทธศาสตร์ 5I ของ ส.อ.ท. โดยเฉพาะการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานอุตสาหกรรมและการเติบโตอย่างยั่งยืนและทั่วถึง
ทั้งนี้ การเปลี่ยนผ่านจำเป็นต้องพัฒนาระบบไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) ระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage) และปรับปรุงกฎระเบียบ เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมเข้าถึงพลังงานทางเลือกได้สะดวกขึ้น







