posttoday
เตือนภัยช่องโหว่ PHP2Shell ภาครัฐเร่งยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์

เตือนภัยช่องโหว่ PHP2Shell ภาครัฐเร่งยกระดับความปลอดภัยไซเบอร์

22 ตุลาคม 2569

ยศชนัน และ ภราดร เร่งอุดช่องโหว่ PHP2Shell ระดับวิกฤตที่เพิ่งค้นพบจาก OpenAI สั่งหน่วยงานตรวจสอบด่วน ป้องกันแฮกเกอร์เจาะระบบ หวังปกป้องข้อมูลสำคัญของประชาชน

การค้นพบช่องโหว่ความปลอดภัยระดับวิกฤต PHP2Shell ในระบบ PHP ซึ่งเป็นภาษาหลักที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์กว่าร้อยละ 70 ทั่วโลก กำลังเป็นที่จับตาใกล้ชิด จากการเปิดโอกาสให้ผู้ไม่ประสงค์ดีสามารถเข้าควบคุมระบบจากระยะไกล เหตุการณ์นี้ถือเป็นภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่อาจส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อระบบสารสนเทศและบริการออนไลน์ระดับประเทศอย่างมีนัยสำคัญ

 

นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เน้นย้ำถึงสถานการณ์นี้ว่า ทีมวิจัยของ OpenAI เป็นผู้ตรวจพบช่องโหว่ดังกล่าวล่วงหน้า ทำให้ผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มีเวลาเตรียมตัวและสร้างระบบป้องกันตลอด 2 เดือนที่ผ่านมา เพื่อรับมือกับการโจมตีแบบเจาะระบบ พร้อมสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบระบบอย่างเร่งด่วน เพื่ออุดช่องโหว่และป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

 

นอกจากนี้ นายยศชนันยังได้กำหนดแนวทางรับมือ 3 ขั้นตอนสำคัญสำหรับหน่วยงานที่มีฐานข้อมูลขนาดใหญ่ เช่น มหาวิทยาลัยและโรงพยาบาล โดยเริ่มจากการตรวจสอบระบบและฐานข้อมูล การป้องกันบนคลาวด์เพื่อระงับความเสี่ยงเบื้องต้น และการอัปเกรดระบบเป็นเวอร์ชันล่าสุด แนวทางเหล่านี้เป็นวิธีเดียวที่จะปิดช่องโหว่ได้อย่างถาวร และปกป้องข้อมูลสำคัญของประชาชนรั่วไหล

 

ด้านนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ผู้กำกับดูแล สกมช. ได้ออกมาชี้แจงรายละเอียดเพิ่มเติมว่า ช่องโหว่นี้ ถือเป็นความเสี่ยงระดับวิกฤตต่อระบบโครงสร้างพื้นฐานสำคัญทางสารสนเทศของประเทศ ทางศูนย์ ThaiCERT จึงได้เร่งออกประกาศแจ้งเตือนภัยคุกคามไซเบอร์ระดับประเทศทันทีเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

 

นายภราดรระบุถึงมาตรการเชิงรุก 4 ด้านของ สกมช. ครอบคลุมตั้งแต่การแจ้งเตือนหน่วยงานภาครัฐและประเมินความเสี่ยง การยกระดับเฝ้าระวังพฤติกรรมการเข้าถึงที่ผิดปกติ ไปจนถึงการติดตามผลการติดตั้งโปรแกรมแก้ไขช่องโหว่อย่างใกล้ชิด เพื่อลดความเสี่ยงจากการโจมตีทางไซเบอร์ และป้องกันไม่ให้การให้บริการสาธารณะแก่ประชาชนต้องหยุดชะงัก

 

เป้าหมายสำคัญของประกาศครั้งนี้คือการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ที่มีประสิทธิภาพต้องเน้นการป้องกันเชิงรุก ภาครัฐกำลังเร่งประสานงานอย่างเต็มที่เพื่ออุดช่องโหว่ดังกล่าว พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนผู้ใช้บริการทุกคน เพื่อให้ทุกระบบสารสนเทศของประเทศสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และพร้อมรับมือกับภัยคุกคามในยุคดิจิทัลอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 ดัน ESG Products แตะ 40% ปักเป้าสู่ 60% ขยายทางเลือกวัสดุยั่งยืน รองรับเทรนด์ Green Building

WDC เดินหน้ากลยุทธ์ ESG ปี 2026 ดัน ESG Products แตะ 40% ปักเป้าสู่ 60% ขยายทางเลือกวัสดุยั่งยืน รองรับเทรนด์ Green Building