posttoday
GULF ชี้ไทยต้องมี Data Center สร้างอธิปไตยทางข้อมูล-ลดขาดดุลบริการดิจิทัล

GULF ชี้ไทยต้องมี Data Center สร้างอธิปไตยทางข้อมูล-ลดขาดดุลบริการดิจิทัล

20 ตุลาคม 2569

GULF แนะไทยต้องตั้ง Data Center เพื่อสร้างอธิปไตยทางข้อมูล ลดขาดดุลบริการดิจิทัลต่างชาติเดือนละ 3 หมื่นล้านบาท พร้อมชูจุดแข็งพลังงานสะอาดดึงการลงทุนอาเซียน

KEY

POINTS

  • GULF ชี้การสร้าง Data Center ในประเทศมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อสร้างอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ซึ่งเป็นหลักประกันความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของชาติ
  • การตั้ง Data Center จะช่วยลดการขาดดุลบริการดิจิทัลของไทย ซึ่งปัจจุบันมีมูลค่าสูงถึงเดือนละกว่า 30,000 ล้านบาท จากการจ่ายค่าบริการให้แพลตฟอร์มต่างชาติ
  • การมีศูนย์ข้อมูลในประเทศมีความสำคัญต่อความเร็วในการเข้าถึงข้อมูล และไทยมีข้อได้เปรียบด้านพลังงานสะอาดและทรัพยากรน้ำที่เพียงพอสำหรับดึงดูดการลงทุน

ภายในงาน NATION FORUM 2027 Thailand’s Agenda: Data Center Built for the Intelligence Economy ช่วงเสวนา Thailand’s Prospects  

 

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านกลยุทธ์ บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF แสดงทัศนะและมุมมองเชิงลึกเกี่ยวกับทิศทางโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและศูนย์ข้อมูล (Data Center) ของประเทศไทย โดยชี้ให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการสร้างอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) เพื่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจและเทคโนโลยีของประเทศ

 

Data Center ไม่ใช่อยู่ที่ไหนก็ได้ ต้องตั้งใกล้ผู้ใช้งาน

 

นายสมิทธ์ ระบุว่า คำกล่าวที่ว่า Data Center สามารถตั้งที่ไหนก็ได้บนโลกนั้น “ถูกต้องเพียงครึ่งเดียว” เนื่องจากความเร็วในการดึงข้อมูลขึ้นอยู่กับระยะห่างระหว่างศูนย์ข้อมูลกับผู้ใช้งานจริง โดยเฉพาะแอปพลิเคชันทางการเงินที่ต้องการการตรวจสอบข้อมูลแบบเรียลไทม์ หรือบริการความบันเทิงอย่างการสตรีมมิ่งภาพยนตร์

 

ประเทศไทยถือเป็นประเทศที่มีอัตราการเปิดรับเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Adoption) ในระดับสูง ทั้งการใช้โทรศัพท์มือถือ อินเทอร์เน็ต และระบบชำระเงินดิจิทัล ทำให้มีความต้องการใช้งานภายในประเทศรองรับอยู่อย่างมหาศาล

 

ตั้ง Data Center ในประเทศ ช่วยลดการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจ

 

นายสมิทธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลวิเคราะห์ทางเศรษฐกิจ พบว่าแม้ในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ไม่มีการเดินทางระหว่างประเทศ แต่ประเทศไทยยังคงขาดดุลบริการดิจิทัลสูงถึงประมาณ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อเดือน หรือกว่า 30,000 ล้านบาทต่อเดือน 

 

เงินจำนวนนี้เกิดจากการที่ทั้งภาคธุรกิจ SME และประชาชนคนไทยต้องซื้อบริการดิจิทัลต่างชาติ เช่น ภาคธุรกิจ ได้แก่ ค่าใช้งานระบบบัญชีและบริหารจัดการองค์กร อาทิ SAP, Oracle และ Microsoft และภาคประชาชนและแม่ค้าออนไลน์ ได้แก่ ค่าโฆษณาและการโปรโมตผ่านแพลตฟอร์ม TikTok, Instagram และบริการสตรีมมิ่งต่าง ๆ

 

นายสมิทธ์ ย้ำว่า การนำเข้าบริการดิจิทัลสำเร็จรูปมีการบวกมูลค่าเพิ่มไปหลายสิบเท่า ซึ่งสร้างผลกระทบต่อเงินไหลออกนอกประเทศมากกว่าการนำเข้าพลังงานต้นทุน เช่น LNG หรือน้ำมัน ดังนั้นการตั้งศูนย์ข้อมูลในประเทศจะช่วยลดการสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจในส่วนนี้ลงได้

 

GULF ชี้ไทยต้องมี Data Center สร้างอธิปไตยทางข้อมูล-ลดขาดดุลบริการดิจิทัล

 

เคลียร์ชัดข้อกังวล “แย่งน้ำ-กินไฟ” 

 

ต่อข้อกังวลของสังคมเรื่องการใช้ทรัพยากรจำนวนมากสำหรับData Center นายสมิทธ์ ได้อธิบายเปรียบเทียบว่า Data Center เปรียบเสมือน “ห้องคอมพิวเตอร์ติดแอร์ขนาดใหญ่” ที่นำเครื่องเซิร์ฟเวอร์ของหลายบริษัทมารวมไว้ในจุดเดียว ซึ่งระบบทำความเย็นขนาดใหญ่และการบริหารจัดการรวมศูนย์นั้น มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงานมากกว่าการที่แต่ละองค์กรแยกกันเปิดห้องเซิร์ฟเวอร์ของตนเอง

 

นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงข้อกังวลปัญหาการแย่งน้ำ ในต่างประเทศเกิดจากบริบทพื้นที่ที่เป็นทะเลทราย เช่น รัฐเนวาดา ในสหรัฐอเมริกา ขณะที่พื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ของไทย มีปริมาณน้ำมากถึง 10,000-12,000 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อปี โดยภาคเกษตร อุตสาหกรรม และครัวเรือนใช้น้ำรวมกันยังไม่ถึง 3,000 ล้านลูกบาศก์เมตร และมีน้ำที่ไหลทิ้งลงทะเลปีละกว่า 8,000 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงไม่มีปัญหาการแย่งน้ำกับประชาชน

 

ขณะที่ Data Center มีเครื่องปั่นไฟและถังน้ำมันสำรองสำหรับกรณีไฟดับ เช่นเดียวกับห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ที่มีระบบสำรองไฟใต้ตึก ดังนั้น สังคมจึงไม่ควรเกิดความตระหนกหรือปฏิเสธการตั้งโครงการในลักษณะ “Not In My Backyard”

 

Data Center สร้างอธิปไตยทางข้อมูล หลักประกันความมั่นคง

 

ในมิติความมั่นคง นายสมิทธ์ ได้ยกตัวอย่างเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่เมืองไครสต์เชิร์ช ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งทำให้สายเคเบิลใต้ทะเลขาด และส่งผลให้ระบบซอฟต์แวร์ที่เก็บข้อมูลไว้ในต่างประเทศไม่สามารถใช้งานได้นานถึง 3 เดือน

 

สำหรับในยุคอนาคตที่ทุกคนใช้งานปัญญาประดิษฐ์ (AI) หากเกิดความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์หรือปัญหาการเชื่อมต่อระหว่างประเทศ การมีโครงสร้างพื้นฐาน การเก็บรักษาข้อมูล และการถือครองอธิปไตยทางข้อมูล (Data Sovereignty) ภายในประเทศ จะเป็นหลักประกันความมั่นคงที่สำคัญยิ่งต่อทั้งภาคธุรกิจและการบริหารประเทศ

 

GULF ชี้ไทยต้องมี Data Center สร้างอธิปไตยทางข้อมูล-ลดขาดดุลบริการดิจิทัล

 

ชูจุดแข็งพลังงานสะอาด ไทยพร้อมแข่งคู่แข่งในอาเซียน

 

ส่วนประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม นายสมิทธ์ ยืนยันว่า ประเทศไทยมีความพร้อมอย่างยิ่งในการรองรับ Data Center ด้วยพลังงานสะอาด ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้าของประเทศไทย (PDP 2026) ที่มีการเพิ่มสัดส่วนพลังงานส่งเสริมสิ่งแวดล้อมขึ้นอย่างมาก

 

เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เช่น อินโดนีเซีย มาเลเซีย หรือเวียดนาม ซึ่งยังคงพึ่งพาการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินสูงถึงประมาณครึ่งหนึ่ง ซึ่งปล่อยคาร์บอนมากกว่าก๊าซธรรมชาติ 2.2 - 2.5 เท่า โครงสร้างพลังงานของไทยจึงมีความสะอาดและได้เปรียบในการดึงดูดการลงทุนจากบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก เช่น Microsoft, Google และ Amazon

 

นายสมิทธ์ กล่าวทิ้งท้ายขอให้สังคมมีความเข้าใจที่ถูกต้องต่อโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และขอให้ภาครัฐเร่งส่งเสริมการต่อยอดการเพิ่มมูลค่าจากการใช้ประโยชน์ Data Center เพื่อสร้างประโยชน์สูงสุดแก่เศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ข่าวล่าสุด

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนเปิดประตูสู่ 4 จักรวาลความหลอนรับฮาโลวีน ไฮไลต์ใหญ่! ผนึก THE GHOST RADIO สร้างมหกรรม “17 วันผีหลอก”

เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ ชวนเปิดประตูสู่ 4 จักรวาลความหลอนรับฮาโลวีน ไฮไลต์ใหญ่! ผนึก THE GHOST RADIO สร้างมหกรรม “17 วันผีหลอก”