
ธนาคารโลก แนะตลาดเกิดใหม่ใช้ “Small AI” สร้างงาน-เพิ่มผลิตภาพ
ธนาคารโลก ปรับทัพรับคลื่นประชากร 1.2 พันล้านคน ใน 15 ปี ดึงภาคเอกชนร่วมลงทุน แนะตลาดเกิดใหม่ใช้ “Small AI” สร้างงาน และยกระดับผลิตภาพใน 5 ภาคส่วน
KEY
POINTS
- ธนาคารโลกแนะตลาดเกิดใหม่ใช้เทคโนโลยี "Small AI" หรือ "AI ขนาดเล็ก" เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างงานและเพิ่มผลิตภาพ เพื่อรับมือความท้าทายด้านประชากรศาสตร์
- "Small AI" ในตลาดเกิดใหม่จะมุ่งเน้นการเป็นเครื่องมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ไม่ใช่การเข้ามาแทนที่แรงงานเหมือนในประเทศพัฒนาแล้ว เช่น การใช้ AI ช่วยเกษตรกรวินิจฉัยโรคพืชผ่านสมาร์ตโฟน
- ธนาคารโลกได้กำหนด 5 ภาคส่วนเป้าหมายในการประยุกต์ใช้ Small AI เพื่อสร้างงาน ได้แก่ โครงสร้างพื้นฐาน, การเกษตร, การดูแลสุขภาพ, การท่องเที่ยว และการผลิตที่มีมูลค่าเพิ่ม
การประชุมใหญ่ประจำปีสภาผู้ว่าการธนาคารโลก และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ปี 2569 (IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026) ในวันที่ 12 ต.ค.2569 ซึ่งเป็นวันแรก ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร
หนึ่งในอีเว้นต์ไฮไลท์ คือ หัวข้อ World Bank Group Flagship, Small AI, More and Better Jobs นำโดย เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง, อาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group), คริสตาลินา กอร์เกียวา (Kristalina Georgieva) กรรมการผู้จัดการ กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) และ ทาร์มัน ชันมูการัตนัม (Tharman Shanmugaratnam) ประธานาธิบดีสิงคโปร์
อาเจย์ บังกา (Ajay Banga) ประธานกลุ่มธนาคารโลก (World Bank Group) หนึ่งในผู้ร่วมเสวนาในหัวข้อ World Bank Group Flagship, Small AI, More and Better Jobs เปิดเผยทิศทางและยุทธศาสตร์ใหม่ของธนาคารโลก โดยระบุว่า จุดโฟกัสทั้งหมดขององค์กรได้ปรับเปลี่ยนมาสู่เรื่อง “การสร้างงาน” อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อรับมือกับความท้าทายครั้งใหญ่ทางประชากรศาสตร์ในอีก 15 ปีข้างหน้า
อาเจย์ ชี้ให้เห็นว่า ในช่วง 15 ปีต่อจากนี้ จะมีประชากรคนหนุ่มสาวทั่วโลกมากถึง 1.2 พันล้านคน ที่มีอายุครบ 18 ปี ซึ่งนับเป็นผลประโยชน์ทางประชากรศาสตร์ครั้งใหญ่ หากคนกลุ่มนี้ได้รับการดูแลปัจจัยพื้นฐานอย่างรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นอากาศและน้ำสะอาด ระบบสาธารณสุข การศึกษา ตลอดจนการฝึกทักษะอาชีพ
“คำว่า งาน ในมุมมองของธนาคารโลก ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การทำงานในบริษัทใหญ่ หรือการเป็นผู้ประกอบการเท่านั้น แต่มันคือการได้เป็นทรัพยากรที่สร้างผลผลิตในสังคม การมีความรู้สึกมองโลกในแง่ดี และมีศักดิ์ศรีจากการหารายได้”
ประธานธนาคารโลก เน้นย้ำว่า แม้ธนาคารจะยังคงสนับสนุนการสร้างโครงสร้างพื้นฐาน โรงเรียน ทางหลวง และคลินิกสุขภาพตามเดิม แต่ทั้งหมดจะถูกดำเนินการผ่านมุมมองของการสร้างงานเป็นหลัก
นอกจากนี้ การสร้างงานอย่างยั่งยืนจำเป็นต้องอาศัยเม็ดเงินจากภาคเอกชน เนื่องจากภาคเอกชนเป็นผู้สร้างงานสูงถึง 75-85% ในทุกประเทศ โดยภาครัฐและธนาคารโลกจะมีบทบาทสำคัญในการเป็น “ผู้สนับสนุน” ด้วยการจัดทำนโยบายและธรรมาภิบาลที่เหมาะสม เช่น ประเทศสิงคโปร์ ประสบความสำเร็จอย่างมากในอดีต พร้อมทั้งช่วยลดความเสี่ยงให้กับเงินทุนภาคเอกชน เพื่อจูงใจให้เกิดการลงทุนในระดับสเกลที่ใหญ่ขึ้น
สำหรับประเด็นเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาร์เจย์ มองว่า บริบทของ AI ในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Markets) จะแตกต่างจากประเทศพัฒนาแล้วอย่างสิ้นเชิง ในขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วกำลังกังวลเรื่องโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) ที่อาจเข้ามาแทนที่แรงงาน แต่ในตลาดเกิดใหม่ AI จะเข้ามาในรูปแบบของ “Small AI” หรือ “AI ขนาดเล็ก” เพื่อเป็นเครื่องมือเพิ่มผลผลิตได้อย่างมหาศาล
โดยธนาคารโลกและสภาการจ้างงาน (Jobs Council) ได้กำหนด 5 ภาคส่วนเป้าหมายในการสร้างงาน ได้แก่
1. โครงสร้างพื้นฐาน (Infrastructure) การสร้างถนน สะพาน ไฟฟ้า น้ำ ระบบดิจิทัล และการพัฒนาทักษะมนุษย์
2. การเกษตร (Agriculture) การนำเทคโนโลยีมาช่วยเกษตรกรรายย่อยให้เข้าถึงสหกรณ์ สินเชื่อ และราคารับซื้อที่ดีขึ้น
3. การดูแลสุขภาพปฐมภูมิ (Primary Healthcare) การขยายศูนย์สุขภาพและใช้ AI ช่วยเชื่อมโยงบุคลากรด่านหน้ากับแพทย์เฉพาะทางทางไกล
4. การท่องเที่ยว (Tourism) การทวีคูณโอกาสการจ้างงานในท้องถิ่น
5. การผลิตที่มีมูลค่าเพิ่ม (Value-added Manufacturing) การแปรรูปทรัพยากรและส่งเสริมอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในพื้นที่
ประธานธนาคารโลก ได้ยกตัวอย่างการใช้งาน Small AI ที่เกิดผลจริง เช่น เกษตรกรในอินเดียที่ใช้สมาร์ตโฟนถ่ายรูปใบพืชเพื่อวินิจฉัยโรคพืชและสั่งซื้อยาฆ่าแมลงผ่านระบบธนาคารดิจิทัลได้ทันทีโดยไม่ต้องรู้ชื่อโรค พร้อมตั้งเป้าหมายในอีก 5 ปีข้างหน้าว่าจะต้องเร่งผลักดันให้เกิดการประยุกต์ใช้ Small AI ในตลาดเกิดใหม่ให้แพร่หลายที่สุด เพื่อสร้างงานและเพิ่มผลิตภาพอย่างแท้จริง
“การนำ Small AI มาปรับใช้อย่างตรงจุดจะช่วยยกระดับระบบการศึกษา คลินิกสาธารณสุข ตลอดจนระบบการเกษตร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรรายย่อยสามารถยกระดับและขยายขนาดการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการสร้างงานในท้องถิ่นอย่างยั่งยืน”







