
THANN Wellness Destination ลงทุน 700 ล้าน ปั้นเวลเนสอยุธยา สู่จุดคุ้มทุนปี 70
THANN Wellness Destination รีสอร์ตริมแม่น้ำน้อย อยุธยา ลงทุนเริ่มต้น 700 ล้านบาท ต่อยอดประสบการณ์ธุรกิจสปากว่า 20 ปี สู่ Wellness Destination รับกระแสสุขภาพองค์รวม ตั้งเป้าถึงจุดคุ้มทุนในปี70
KEY
POINTS
- THANN Wellness Destination ใช้เงินลงทุน 700 ล้านบาท สร้างรีสอร์ตเพื่อสุขภาพครบวงจรในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- โครงการต่อยอดจากธุรกิจสปาเดิม มุ่งเน้นประสบการณ์ดูแลสุขภาพองค์รวมท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำน้อย
- ตั้งเป้าหมายถึงจุดคุ้มทุนภายในปี พ.ศ. 2570 โดยมีฐานลูกค้าหลักเป็นคนไทย 70% และกำลังขยายสู่ตลาดต่างชาติ
ธุรกิจเวลเนส (Wellness) กำลังขยายขอบเขตจากบริการสปาและการนวดเพื่อผ่อนคลาย ไปสู่ประสบการณ์ดูแลสุขภาพองค์รวมที่ครอบคลุมทั้งร่างกาย อารมณ์ และจิตใจ
หนึ่งในผู้ประกอบการไทยที่ต่อยอดธุรกิจในทิศทางนี้คือ THANN ซึ่งพัฒนาแนวคิดจากผลิตภัณฑ์สปาไปสู่ THANN Wellness Destination รีสอร์ตเพื่อสุขภาพริมแม่น้ำน้อย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
ฐิติพัฒน์ ศุภภัทรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธัญ-ออริซ่า จำกัด และผู้ก่อตั้ง THANN เปิดเผยว่า
จุดเริ่มต้นของธุรกิจมาจากประสบการณ์ในตลาดผลิตภัณฑ์สปากว่า 20 ปี ก่อนมองเห็นโอกาสในการพัฒนาบริการให้ตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการการดูแลสุขภาพมากกว่าการเข้ารับบริการสปาแบบไปเช้าเย็นกลับ
“ในตอนแรกไม่ได้คาดคิดว่าธุรกิจ Wellness จะกลายเป็นเมกะเทรนด์ของโลก แต่เราพบว่าลูกค้ามีความต้องการการดูแลที่ลึกซึ้งขึ้น มากกว่าแค่บริการ Day Spa ที่นวดเสร็จแล้วกลับบ้าน”
แนวคิดดังกล่าวนำไปสู่การพัฒนาธุรกิจจาก Spa Destination สู่ Wellness Destination ที่มุ่งสร้างประสบการณ์การพักผ่อนและดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ธรรมชาติและบริการด้านเวลเนสเป็นองค์ประกอบหลัก
ลงทุน 700 ล้านบาท สร้างจุดหมายปลายทางสุขภาพใกล้กรุงเทพฯ
THANN Wellness Destination ตั้งอยู่บนพื้นที่ประมาณ 30 ไร่ มีแนวพื้นที่ติดแม่น้ำน้อยยาวราว 300 เมตร จุดขายสำคัญคือสภาพแวดล้อมที่เน้นความสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษตามข้อมูลของโครงการ
พื้นที่แห่งนี้ออกแบบให้รองรับทั้งการพักผ่อนและกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น การปั่นจักรยานน้ำ การพายแพดเดิลบอร์ด และการพายเรือคายัค ควบคู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกด้านสปาและการฟื้นฟูสุขภาพ
ไฮไลต์สำคัญคือสปาคอมเพล็กซ์ขนาดประมาณ 1,500-1,600 ตารางเมตร ประกอบด้วยบ่อน้ำ 3 อุณหภูมิ
ได้แก่ ร้อน อุ่น และเย็น รวมถึงห้องอบไอน้ำ ซาวน่า ห้องอบเกลือ และพื้นที่สำหรับรับบริการสปาทรีตเมนต์ โดยมีนักบำบัดคอยให้บริการตามรูปแบบการดูแลของโครงการ
การรวมบริการเหล่านี้ไว้ในจุดหมายเดียวสะท้อนแนวทางการสร้างรายได้จากประสบการณ์ที่หลากหลาย ทั้งที่พัก บริการสปา และกิจกรรมเพื่อสุขภาพ แทนการพึ่งพารายได้จากบริการใดบริการหนึ่งเพียงอย่างเดียว
ลูกค้าไทย 70% ต่างชาติเริ่มเพิ่ม จับตลาดเอเชียและยุโรป
ฐิติพัฒน์ระบุว่า โครงการใช้เงินลงทุนเริ่มต้นประมาณ 700 ล้านบาท ปัจจุบันธุรกิจยังไม่ถึงจุดคุ้มทุน แต่แนวโน้มการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้น และคาดว่าจะสามารถถึงจุดคุ้มทุนได้ในปี 2570
ด้านฐานลูกค้า ปัจจุบันลูกค้าคนไทยมีสัดส่วนประมาณ 70% ขณะที่ลูกค้าต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยมีกลุ่มนักท่องเที่ยวจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และเอเชียเหนือ
เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีน รวมถึงชาวญี่ปุ่นที่พำนักอยู่ในประเทศไทย ซึ่งสนใจแนวคิดการพักผ่อนที่ผสานธรรมชาติเข้ากับประสบการณ์บ่อน้ำร้อนและการดูแลสุขภาพ
ขณะเดียวกัน ลูกค้าชาวยุโรปให้ความสนใจกับผลิตภัณฑ์อโรมาและบริการนวดเพื่อผ่อนคลายอาการเมื่อยล้าจากการทำงาน โดยเฉพาะกลุ่มอาการที่เกี่ยวข้องกับการนั่งทำงานเป็นเวลานาน
สำหรับทิศทางธุรกิจในระยะต่อไป ความท้าทายสำคัญคือการเปลี่ยนความสนใจในกระแสสุขภาพให้เป็นรายได้ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
ทั้งการเพิ่มจำนวนลูกค้า การสร้างโอกาสให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการซ้ำ และการขยายตลาดต่างชาติ โดยต้องรักษาความแตกต่างของประสบการณ์และคุณภาพการให้บริการควบคู่กัน
THANN Wellness Destination เป็นอีกกรณีศึกษาของผู้ประกอบการที่นำความเชี่ยวชาญจากธุรกิจสปามาต่อยอดสู่ธุรกิจท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ มีทั้งโอกาสจากความต้องการดูแลสุขภาพองค์รวมและโจทย์ด้านผลตอบแทนจากเงินลงทุนขนาดใหญ่







