posttoday
แบงก์รัฐ ผนึกกำลัง อัดมาตรการช่วยน้ำท่วมช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ

แบงก์รัฐ ผนึกกำลัง อัดมาตรการช่วยน้ำท่วมช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ

27 กันยายน 2569

สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐ เร่งออกมาตรการช่วยผู้ประสบอุทกภัย ทั้งพักหนี้ ลดดอกเบี้ย และเติมทุนฉุกเฉิน ครอบคลุมเกษตรกร ประชาชน และเอสเอ็มอี

KEY

POINTS

  • ธนาคารของรัฐร่วมกันออกมาตรการทางการเงินเพื่อช่วยเหลือประชาชนและภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม
  • มาตรการช่วยเหลือหลักประกอบด้วยการพักชำระหนี้ ลดอัตราดอกเบี้ย และการให้สินเชื่อฉุกเฉินเพื่อฟื้นฟูและซ่อมแซมความเสียหาย
  • ธนาคารต่างๆ เช่น ธ.ก.ส., ออมสิน, และ ธอส. ได้เสนอความช่วยเหลือที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งเกษตรกร ลูกค้ารายย่อย และผู้ประกอบการ

สถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมฉับพลันในหลายพื้นที่ในกรุงเทพฯ ทำให้ธนาคารรัฐและสถาบกันการเงินเร่งออกมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบ ทั้งการพักชำระหนี้ ลดดอกเบี้ย เติมเงินทุนฉุกเฉิน รวมถึงสินเชื่อเพื่อซ่อมแซมบ้านและฟื้นฟูอาชีพ เพื่อให้ประชาชนและผู้ประกอบการสามารถกลับมาดำเนินชีวิตและธุรกิจได้เร็วขึ้น

 

แบงก์รัฐ ผนึกกำลัง อัดมาตรการช่วยน้ำท่วมช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ

 

ธ.ก.ส. เติมทุนเกษตรกร สูงสุด 5 แสนบาท

ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิด 2 มาตรการสินเชื่อสำหรับเกษตรกรลูกค้าที่ประสบภัย ได้แก่

 

1.โครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน วงเงินไม่เกิน 50,000 บาทต่อราย ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก จากเดือนที่ 7 คิดอัตรา MRR ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 6.575% ต่อปี

 

2.สินเชื่อฟื้นฟูและพัฒนาคุณภาพชีวิต วงเงินไม่เกิน 500,000 บาทต่อราย คิดดอกเบี้ย MRR-2% ต่อปี ปัจจุบัน MRR เท่ากับ 6.575% และชำระคืนได้ภายใน 15 ปี สำหรับใช้ซ่อมแซมบ้าน โรงเรือน เครื่องมือและเครื่องจักรการเกษตร รวมถึงฟื้นฟูการผลิตที่เสียหายจากภัยพิบัติ

 

หลังสถานการณ์คลี่คลาย ธ.ก.ส.จะส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย เพื่อรวบรวมข้อมูลประกอบการพิจารณาความช่วยเหลือและลดภาระหนี้เพิ่มเติม โดยลูกค้าสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ ธ.ก.ส. สาขาที่สังกัด

 

แบงก์รัฐ ผนึกกำลัง อัดมาตรการช่วยน้ำท่วมช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ

 

ออมสินพักหนี้อัตโนมัติ ไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือน 

ออมสินประกาศพักชำระเงินต้นและไม่คิดดอกเบี้ย 3 เดือน โดยยกดอกเบี้ยในช่วงพักหนี้ให้ทั้งหมด ส่วนเงินต้น 3 งวดนำไปรวมชำระในงวดสุดท้าย ครอบคลุมลูกค้าสินเชื่อที่มีภูมิลำเนา ที่อยู่อาศัย หรือสถานประกอบการในพื้นที่ภัยพิบัติตามประกาศ ปภ. ตามเงื่อนไขของธนาคาร

 

พร้อมจัดชุดสินเชื่อพิเศษสำหรับผู้ประสบภัย ครอบคลุมทั้ง ค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน ซ่อมแซมบ้าน ฟื้นฟูอาชีพ และช่วยเหลือเอสเอ็มอี โดยสินเชื่อฉุกเฉินมีวงเงินสูงสุด 20,000 บาท และสินเชื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยสูงสุด 50,000 บาท ปลอดเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนแรก

 

สำหรับการฟื้นฟูอาชีพ มีสินเชื่อฟื้นฟูรายย่อยวงเงินสูงสุด 300,000 บาท ขณะที่ผู้ได้รับความเสียหายจากบ้านสามารถขอสินเชื่อฟื้นฟูบ้านสูงสุด 1 ล้านบาท โดยทั้ง 2 โครงการปลอดเงินต้นและดอกเบี้ย 3 เดือนแรก

 

ส่วนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบหรือจำเป็นต้องลงทุนป้องกันภัย สามารถขอสินเชื่อบรรเทาความเดือดร้อนสูงสุด 5 ล้านบาทต่อราย ผ่อนสูงสุด 7 ปี และพักชำระเงินต้นสูงสุด 1 ปี ตามเงื่อนไขธนาคาร


 

แบงก์รัฐ ผนึกกำลัง อัดมาตรการช่วยน้ำท่วมช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ

 

ธอส. พักหนี้สูงสุด 6 เดือน-กู้ซ่อมบ้าน 2 ล้าน

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ออก 7 มาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม ได้แก่

 

มาตรการที่ 1 พักหนี้ 3-6 เดือน พร้อมลดดอกเบี้ย 0%
ลูกค้าปัจจุบันที่หลักประกันได้รับผลกระทบ พักชำระหนี้ 3 เดือน ดอกเบี้ย 0% และไม่ต้องชำระเงินงวด หากเสียหายรุนแรงจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ พักหนี้ 6 เดือน ดอกเบี้ย 0% พร้อมสินเชื่อซ่อมบ้านสูงสุด 300,000 บาท ผ่อนสูงสุด 5 ปี ดอกเบี้ย 1% สำหรับ 100,000 บาทแรก และ 1.99% สำหรับอีก 200,000 บาท

 

มาตรการที่ 2 กู้เพิ่มซ่อมบ้านหรือสร้างใหม่ สูงสุด 2 ล้านบาท
ลูกค้าปัจจุบันและลูกค้าใหม่กู้เพิ่มเพื่อซ่อมแซมหรือสร้างบ้านทดแทนได้สูงสุด 2 ล้านบาทต่อรายต่อหลักประกัน ดอกเบี้ย 0% ใน 3 เดือนแรก พร้อมปลอดชำระเงินงวด จากนั้นคิดดอกเบี้ยพิเศษตามช่วงเวลาที่กำหนด ผ่อนสูงสุด 40 ปี พร้อมฟรีค่าประเมินหลักประกันและค่าจดจำนองตามเงื่อนไข

 

มาตรการที่ 3 ช่วยลูกค้า NPL ที่บ้านเสียหาย
ลูกค้า NPL ที่หลักประกันเสียหาย สามารถประนอมหนี้สูงสุด 1 ปี 6 เดือน ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรกและไม่ต้องชำระเงินงวด จากนั้นเดือนที่ 7-18 ดอกเบี้ย 1% ต่อปี โดยชำระไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน

 

มาตรการที่ 4 ช่วยลูกค้า NPL รายได้ได้รับผลกระทบ
ประนอมหนี้สูงสุด 1 ปี ดอกเบี้ย 0% ใน 6 เดือนแรก ชำระเงินงวดเพียง 1,000 บาท จากนั้นเดือนที่ 7-12 ดอกเบี้ย 1% ต่อปี และชำระไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือนบวก 100 บาท

 

มาตรการที่ 5 กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร
ลูกค้าบัญชีปกติและ NPL ที่เสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร สามารถผ่อนชำระด้วยดอกเบี้ย 0.01% ต่อปีตลอดอายุสัญญาที่เหลือ โดยพิจารณาเป็นรายกรณี

 

มาตรการที่ 6 บ้านเสียหายทั้งหลังและซ่อมไม่ได้
ลูกค้าบัญชีปกติและ NPL ที่บ้านเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถซ่อมแซมได้ ธอส.สามารถพิจารณาปลดหนี้ในส่วนของราคาอาคาร และให้ชำระเฉพาะหนี้ส่วนที่ดินที่เหลืออยู่เป็นรายกรณี

 

มาตรการที่ 7 เร่งจ่ายสินไหมประกันภัย
ลูกค้าที่มีประกันอัคคีภัยที่อยู่อาศัยและคุ้มครองภัยธรรมชาติ สามารถแจ้งความเสียหายด้วยภาพถ่าย เพื่อพิจารณาจ่ายสินไหมแบบ Fast Track ตามความเสียหายจริง สูงสุด 20,000 บาท และกรมธรรม์ที่เริ่มคุ้มครองตั้งแต่ 1 พ.ย. 2562 มีความคุ้มครองภัยธรรมชาติเพิ่มอีกไม่เกิน 30,000 บาทต่อปี ตามเงื่อนไขกรมธรรม์

 

แบงก์รัฐ ผนึกกำลัง อัดมาตรการช่วยน้ำท่วมช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ

 

SME D Bank พักหนี้สูงสุด 12 เดือน เติมทุนฟื้นกิจการ

SME D Bank ออกมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและทางอ้อมในพื้นที่ประสบภัย โดยพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับสินเชื่อแบบมีระยะเวลา สูงสุดไม่เกิน 12 เดือน ขณะที่ตั๋วสัญญาใช้เงินสามารถขยายเวลาชำระออกไปได้สูงสุด 180 วัน พร้อมพักชำระดอกเบี้ย

 

นอกจากนี้ ยังมีสินเชื่อเติมทุนฉุกเฉินสำหรับลูกค้าเดิมที่ได้รับผลกระทบโดยตรง วงเงิน 10% ของวงเงินเดิม ขั้นต่ำ 30,000 บาท สูงสุด 200,000 บาท โดยบุคคลธรรมดากู้ได้สูงสุด 100,000 บาท และนิติบุคคลสูงสุด 200,000 บาท ดอกเบี้ย MLR ผ่อน 3 ปี และปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน โดยไม่ต้องมีหลักประกัน

 

หลังสถานการณ์คลี่คลาย ธนาคารยังมีสินเชื่อเสริมสภาพคล่องและลงทุน อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3% ต่อปีคงที่ 3 ปีแรก ผ่อนสูงสุด 10 ปี และปลอดชำระเงินต้นสูงสุด 12 เดือน วงเงินสูงสุดตั้งแต่ 1 ล้านบาทถึง 30 ล้านบาท ขึ้นอยู่กับประเภทสินเชื่อ

 

แบงก์รัฐ ผนึกกำลัง อัดมาตรการช่วยน้ำท่วมช่วยประชาชน-ภาคธุรกิจ

 

EXIM BANK เพิ่มวงเงินชั่วคราว 20% อุ้มผู้ประกอบการ

ด้านธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) เร่งช่วยเหลือลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักต่อเนื่องในหลายพื้นที่ โดยพิจารณามาตรการให้เหมาะกับความเดือดร้อนของลูกค้าแต่ละราย เพื่อบรรเทาภาระทางการเงินและเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจเดินหน้าต่อได้

 

โดยการบรรเทาผลกระทบทางการเงินผ่าน มาตรการช่วยเหลือครอบคลุมการยืดหนี้ ขยายตั๋ว และปรับลดอัตราดอกเบี้ย ทั้งลูกค้าที่มีภาระสินเชื่อระยะสั้นและระยะยาว พร้อมเพิ่มวงเงินชั่วคราว 20% ของวงเงินเดิม โดยใช้อัตราดอกเบี้ยเดิม เพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

 

บสย.ปรับบริการสำนักงานใหญ่เป็น Work From Home

ส่วนบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) แจ้งว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 25 ก.ย. 2569 สำนักงานใหญ่และสำนักงานเขตนครหลวง รวมถึงศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs (บสย. F.A. Center) จะให้บริการในรูปแบบ Work From Home 100% ตั้งแต่วันที่ 28-30 ก.ย. 2569 หรือจนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง ภายใต้แผนรองรับการดำเนินธุรกิจอย่างต่อเนื่อง (Business Continuity Plan)

 

ขณะที่ บสย.สำนักงานเขตทั้ง 10 แห่งยังเปิดให้บริการลูกค้าตามปกติ สำหรับลูกค้าหรือผู้มาติดต่อ บสย.สำนักงานเขตนครหลวง สามารถติดต่อได้ที่ 093-134-2277 และ 093-134-3553

 

ข่าวล่าสุด

4,000 ครอบครัวแฟลตคลองจั่นวิกฤต! ฝนซ้ำเช้ามืด หวั่นน้ำท่วมสูง รถจมหลายคัน

4,000 ครอบครัวแฟลตคลองจั่นวิกฤต! ฝนซ้ำเช้ามืด หวั่นน้ำท่วมสูง รถจมหลายคัน