
คปภ. เร่งรับมือน้ำท่วม! ชี้ยังเร็วประเมินความเสียหาย แนะผู้เอาประกัน “ถ่ายรูปหลักฐาน” ก่อนเคลม
"ชูฉัตร ประมูลผล" เลขาธิการ คปภ. ประสานบริษัทประกันภัยติดตามเคลม หลังน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ย้ำต้องรอระดับน้ำลดจึงประเมินความเสียหายได้ชัดเจน พร้อมเปิดแนวทางเคลม “รถยนต์-บ้าน-ทรัพย์สิน” และเงื่อนไขความคุ้มครองภัยน้ำท่วมที่ประชาชนควรรู้
KEY
POINTS
- "ชูฉัตร ประมูลผล" เลขาธิการ คปภ. ประสานบริษัทประกันภัยติดตามเคลม หลังน้ำท่วมฉับพลันหลายพื้นที่กรุงเทพฯและต่างจังหวัด
- ย้ำต้องรอระดับน้ำลดจึงประเมินความเสียหายได้ชัดเจน
- พร้อมเปิดแนวทางเคลม “รถยนต์-บ้าน-ทรัพย์สิน” และเงื่อนไขความคุ้มครองภัยน้ำท่วมที่ประชาชนควรรู้
นายชูฉัตร ประมูลผล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่แพร่กระจายในหลายพื้นที่ของกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด
ในขณะนี้ยังอยู่ระหว่างการติดตามสถานการณ์และต้องรอให้ระดับน้ำลดลงก่อนจึงจะสามารถประเมินมูลค่าความเสียหายเบื้องต้น รวมถึงรวบรวมข้อมูลการแจ้งเคลมประกันภัยได้อย่างชัดเจน
สำหรับแนวทางการดูแลและเยียวยาผู้เอาประกันภัย คปภ. โดยสายคุ้มครองสิทธิประโยชน์ได้ประสานงานร่วมกับบริษัทประกันภัยอย่างใกล้ชิดเพื่อติดตามการแจ้งเคลม ขณะที่ในระดับภูมิภาคได้มีการจัดตั้งศูนย์ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมเพื่อรองรับปัญหาอย่างต่อเนื่อง
"ในช่วงแรกที่เกิดเหตุการณ์ยังเร็วเกินกว่าจะประเมินมูลค่าความเสียหายรวมหรือปรับประเมินกองทุนภัยพิบัติได้ ซึ่งในระยะนี้จะเน้นไปที่การประสานงานช่วยเหลือประชาชนร่วมกับภาครัฐก่อน"
นายอาภากร ปานเลิศ รองเลขาธิการ คปภ. กล่าวด้วยว่า ในส่วนของหลักเกณฑ์การชดเชยค่าสินไหมทดแทนนั้น ประกันภัยรถยนต์คาดเป็นทรัพย์สินที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากสถานการณ์นี้ เนื่องจากระดับน้ำเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วส่งผลให้เคลื่อนย้ายพาหนะไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม กรมธรรม์ประกันภัยรถยนต์ประเภท 1 (ประกันชั้น 1) จะให้ความคุ้มครองความเสียหายจากน้ำท่วมโดยตรง ส่วนกรมธรรม์ประเภทอื่น เช่น ประเภท 3 จะได้รับความคุ้มครองเฉพาะกรณีที่ผู้เอาประกันภัยได้เลือกซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมเพิ่มเติมไว้เท่านั้น
ประกันภัยทรัพย์สินและบ้านพักอาศัยนั้น สำหรับบ้านพักอาศัยที่ทำประกันอัคคีภัย พร้อมซื้อความคุ้มครองภัยน้ำท่วมจะสามารถทยอยยื่นเรื่องเคลมประกันได้หลังจากระดับน้ำลดลง โดยส่วนใหญ่ความคุ้มครองสำหรับสิ่งของและทรัพย์สินภายในบ้านพักอาศัยจะมีวงเงินคุ้มครองอยู่ที่ประมาณ 10,000 - 20,000 บาท
คปภ. แนะนำให้ประชาชนและผู้เอาประกันภัยที่ได้รับผลกระทบถ่ายภาพสภาพความเสียหายของรถยนต์ บ้านเรือน และทรัพย์สินภายในบ้านไว้เป็นหลักฐานอย่างละเอียดจากนั้นให้นำหลักฐานดังกล่าวไปแจ้งต่อหน่วยงานท้องถิ่นหรือสำนักงานเขต
พร้อมทั้งติดต่อยื่นเรื่องกับบริษัทประกันภัยเพื่อเข้าสู่กระบวนการชดเชยค่าสินไหมทดแทนต่อไป.







