
คาร์กิลล์ ทุ่มทุน 2 พันล้านบาท ขยายธุรกิจสัตว์ปีกแปรรูปในไทย
คาร์กิลล์ ทุ่มทุน 2 พันล้านบาท ขยายธุรกิจสัตว์ปีกแปรรูปในไทย ครอบคลุมการขยายกำลังการผลิตและศักยภาพในการจัดเก็บธัญพืช คาดสร้างมูลค่าส่งออกไทย 25,000 ล้านบาท
KEY
POINTS
- การลงทุน 2 พันล้าน คาร์กิลล์ ในไทยครอบคลุมการขยายกำลังการผลิตและศักยภาพในการจัดเก็บธัญพืช รองรับความต้องการของลูกค้าทั่วโลก
- คาดสร้างมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกให้ประเทศไทยรวม 25,000 ล้านบาทต่อปี สร้างงานกว่า 300 ตำแหน่งภายในปี 2571
ท่ามกลางความต้องการบริโภคโปรตีนคุณภาพสูงที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่องทั่วโลก คาร์กิลล์ตัดสินใจลงทุนกว่า 2,000 ล้านบาท (60 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เพื่อขยายธุรกิจสัตว์ปีกในประเทศไทย
การลงทุนครั้งนี้ครอบคลุมการเพิ่มขีดความสามารถและประสิทธิภาพการดำเนินงานทั่วทั้งเครือข่ายธุรกิจสัตว์ปีกของคาร์กิลล์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของห่วงโซ่อุปทาน ยกระดับมาตรฐานด้านความปลอดภัย คุณภาพอาหาร และนวัตกรรม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าในกลุ่มธุรกิจบริการอาหารและค้าปลีกทั่วโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ โครงการดังกล่าวยังสอดคล้องกับนโยบายของภาครัฐในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น "Food Hub for the World" หรือ "ศูนย์กลางอาหารของโลก"
หนึ่งในโครงการสำคัญภายใต้การลงทุนครั้งนี้คือ การนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในกระบวนการผลิตและการบริหารต้นทุน ควบคู่กับการขยายกำลังการผลิต ผ่านการติดตั้งสายการผลิตไก่ปรุงสุกระบบอัตโนมัติสายใหม่ ณ โรงงานอาหารสำเร็จรูปของคาร์กิลล์ จังหวัดสระบุรี ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2571
ตลอดระยะเวลา 2 ปีข้างหน้า บริษัทคาร์กิลล์ระบุว่า จะเดินหน้ายกระดับเทคโนโลยีครั้งสำคัญ ด้วยการติดตั้งเครื่องจักรและอุปกรณ์ที่ทันสมัย พร้อมผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) เข้ากับการประมวลผลข้อมูล เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจที่รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ การยกระดับเทคโนโลยีดังกล่าวยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบบริหารจัดการคุณภาพและความปลอดภัยด้านอาหารที่เข้มงวดของบริษัทเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย
ปัจจุบัน คาร์กิลล์ ส่งออกผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ปีกปรุงสุกจากประเทศไทยไปยังภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วโลก อาทิ ญี่ปุ่น ยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ โดยภายหลังการขยายกำลังการผลิต คาดว่าปริมาณการผลิตและส่งออกทั้งหมดของคาร์กิลล์ จะเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ 160,000 เมตริกตันต่อปี สร้างมูลค่าการส่งออกรวมให้แก่ประเทศไทยประมาณ 25,000 ล้านบาทต่อปี พร้อมสร้างงานให้แก่ชุมชนในท้องถิ่นมากกว่า 300 ตำแหน่ง
นอกจากนี้ คาร์กิลล์ ยังอยู่ระหว่างการก่อสร้างไซโลจัดเก็บธัญพืชแห่งใหม่ขนาด 30,000 เมตริกตัน ในจังหวัดนครราชสีมาซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงงานผลิตอาหารสัตว์ของบริษัท เพื่อช่วยเพิ่มศักยภาพในการจัดเก็บวัตถุดิบ สร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรในพื้นที่ และเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาธัญพืชตลอดทั้งปี
โดยโครงการดังกล่าวได้เริ่มก่อสร้างเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในเดือนธันวาคม 2569
นายวัชรพล ประสพเกียรติโภคา รองประธานและกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจสัตว์ปีก ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก คาร์กิลล์ กล่าวว่า ความต้องการโปรตีนคุณภาพสูงยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องในตลาดทั่วโลก ขณะที่ลูกค้าต่างมองหาพันธมิตรทางธุรกิจที่มีนวัตกรรมที่น่าเชื่อถือและสามารถสนับสนุนการเติบโตได้อย่างมั่นใจ
การลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของคาร์กิลล์ ในการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐานสม่ำเสมอตามที่ลูกค้าต้องการด้วยการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี และบุคลากร
“ไม่เพียงแค่ตอบสนองความต้องการโปรตีนคุณภาพสูงของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมุ่งสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจในระยะยาวให้กับประเทศไทย ตลอดจนเกษตรกร ภาคธุรกิจ ซัพพลายเออร์ และชุมชนท้องถิ่นอีกด้วย”
นายวัชรพล กล่าวต่อว่า การลงทุนในธุรกิจสัตว์ปีกของคาร์กิลล์ในประเทศไทยครั้งนี้ ช่วยตอกย้ำบทบาทสำคัญของประเทศไทยในฐานะ หนึ่งในฐานการผลิตระดับโลกสำหรับการส่งออกผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกคุณภาพสูงและผลิตภัณฑ์สัตว์ปีกมูลค่าเพิ่มสู่ตลาดสากล พร้อมตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้นจากกลุ่มธุรกิจบริการอาหาร ร้านค้าปลีก และร้านสะดวกซื้อ ทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและยุโรป
นอกเหนือจากการเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของประเทศไทยแล้ว การขยายธุรกิจครั้งนี้คาดว่าจะก่อให้เกิดผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจในวงกว้างต่อประเทศไทย
โดยจะช่วยส่งเสริมการจัดซื้อวัตถุดิบและบริการภายในประเทศ ทั้งวัตถุดิบอาหารสัตว์ ธัญพืช เครื่องปรุง และบรรจุภัณฑ์ ตลอดจนส่งเสริมการสร้างงาน สร้างอาชีพ และพัฒนาศักยภาพบุคลากรในภาคเกษตรกรรม อุตสาหกรรมอาหาร ภาคการผลิต สัตวแพทยศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้อง
ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน เพื่อวางรากฐานสู่ความมั่นคงทางอาหารของประเทศไทยในระยะยาว







